ังกินหมั่นโถวคนหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้น ขบคิดชั่วครู่ ก่อนเก็บหมั่นโถวที่เหลือไป
วันใหม่มาถึง กระแสข่าวเมื่อวานสลายตามไปด้วย
ดวงตะวันยังไม่โดดออกมาจากเส้นขอบฟ้า แต่แสงท้องฟ้าสว่างไสวแล้ว ตั้งแต่ที่เด็กแดงอธิบายว่าทำไมไก่ตัวผู้ถึงขันในวันนั้น ฟางเจิ้งตั้งนาฬิกาปลุกไว้อย่างแน่วแน่ ไม่ฟังเสียงไก่อีก ด้วยมักจะรู้สึกว่าเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปวดไข่
กวาดอุโบสถเสร็จ กินข้าวเช้าแล้ว ฟางเจิ้งเปิดประตูใหญ่อย่างมีชีวิตชีวา แต่พบว่ามีคนสองคนยืนอยู่หน้าประตู!
ผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงสีดำ ในวันที่ร้อนแบบนี้ยังสวมเสื้อแขนยาว พับแขนเสื้อขึ้นทำเป็นแขนสั้น ข้างๆ เป็นเด็กหญิงคนหนึ่งกอดกระต่ายไหมพรมที่หูตกข้างหนึ่งไว้ เด็กหญิงสวมเสื้อสีเหลือง กางเกงเจ็ดส่วนสีแดง ยืนอยู่ข้างผู้ชายด้วยท่าทีกลัวนิดๆ พลางจับมือเขาไว้ ดูตึงเครียดเล็กน้อย พอเห็นฟางเจิ้งออกมาก็หลบไปข้างหลังผู้ชายโดยพลัน
จอนผมของผู้ชายคนนี้แซมสีขาวเล็กน้อย ดูอายุน่าจะไม่มาก แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยการผ่านโลกมาโชกโชน
ฟางเจิ้งประนมสองมือกล่าว “อมิตาพุทธ อรุณสวัสดิ์ทั้งสองท่าน”
ผู้ชายพยายามเค้นรอยยิ้มบางๆ “อรุณสวัสดิ์ครับหลวงพี่…”
“อมิตาพุทธ เชิญด้านใ