ยเริ่มดึงเหยาอวี่ซินไม่ให้เธอดื่ม
เหยาอวี่ซินมองหลิวเจี่ยด้วยดวงตาพร่ามัว ยิ้มซื่อๆ ว่า “พี่ พี่ว่าคนเรามีชีวิตเพื่ออะไร? เมื่อก่อนฉันมีความฝันอยากเป็นอาจารย์ อยากมีลูกศิษย์เต็มไปทั่วทุกสารทิศ ออกไปฝ่าฟัน พยายาม แต่สุดท้ายตอนที่ยายที่รักฉันมากที่สุดจากไป ฉันไม่เห็นแววตาสุดท้ายของยาย ฮือๆ…พี่บอกทีว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? ฮือๆ…ฉันผิดต่อยาย ฉันควรจะอยู่เป็นเพื่อนยาย…ฮือๆ…”
เหยาอวี่ซินยิ่งร้องไห้ยิ่งเสียใจ น้ำตาไหลไม่หยุด
หลิวเจี่ยก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไร ได้แค่ตบหลังเหยาอวี่ซิน พูดเสียงเบาว่า “เอาล่ะ ร้องเถอะ ร้องออกมาจะได้สบาย สิ่งที่เธอทำดีพอแล้ว…”
เหยาอวี่ซินร้องไห้ต่อ…
ฟางเจิ้งก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ดึงอีกฝ่ายเข้าฝัน? เห็นได้ชัดว่าเหยาอวี่ซินไม่อ่อนแอ เธอกำลังใช้การกระทำของตนเติมเต็มบาดแผลในใจ เธอกำลังรักษาตัวเองมาตลอด ตอนนี้เพียงแค่ความรู้สึกปะทุขึ้นมาก็เท่านั้น ในใจเธอไม่ได้ป่วย ในทางตรงข้ามกลับเต็มไปด้วยแสงตะวันและความหวัง คนแบบนี้ การดึงเธอเข้าฝันเพียงแค่ทำให้สิ่งที่ดีอยู่แล้วดียิ่งกว่าเดิม ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก
เหยาอวี่ซินร้องไห้ไปๆ มาๆ ก็หลับไป หนึ่งวันนี้เธอเหนื่อยแล้วจริงๆ หลิวเจี่ยพาเธอเข้าไปในห้อง ให้พักผ่อน
หลังจากเหยาอวี่ซินไปแล้ว บรรยากาศคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง พูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง เฮ่อหมิงเอ่ยขึ้น “ทุกท่าน ผมขอถือโอกาสตอนนี้พูดความคิดของผมหน่อยนะครับ”
“หัวหน้ามีความคิดอ