ฟางเจิ้งไม่รู้ว่าเขาตบไปทีเดียวจะเปลี่ยนตนเป็นนักบวชกากเดน ถ้ารู้เดาว่าอาจจะจนปัญญา
เฮ่อหมิงผู้นำกลุ่มอึ้งงัน “ผู้ใหญ่บ้านเหลย หมู่บ้านพวกคุณมีหลวงจีนด้วยเหรอ?”
“หลวงพี่ท่านนี้เพิ่งมาถึงวันนี้ ถือว่ามาไล่ๆ กับพวกคุณครับ” ผู้ใหญ่บ้านเหลยตอบเสียงเบา
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ อาตมาฟางเจิ้งเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี สวัสดีโยมทุกท่าน นี่คือศิษย์ของอาตมาเอง จิ้งซิน” เขาถือโอกาสแนะนำตัวให้เด็กแดงด้วย
ผู้หญิงได้ยินแบบนั้นก็อึ้ง เมื่อครู่สนใจแค่ว่าจะไม่ให้ฟางเจิ้งตีเด็ก พอมองดีๆ เด็กนี่แปลกตามาก ไม่ใช่เด็กในหมู่บ้าน ทว่าเธอก็ยังทำปากจู๋ “นี่เป็นศิษย์ของท่าน ก็ไม่ควรลงมือตีเขาไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่! จะตีคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร?” เด็กแดงเห็นมีคนหนุนจึงพูดต่อทันที
ฟางเจิ้งมองค้อนเด็กแดงโดยไม่มีท่าทีที่ดีนักแวบหนึ่ง พูดตอบ “ศิษย์คนนี้ของอาตมาดื้อจนเป็นนิสัย ถ้าไม่สั่งสอนให้เข้มงวดกว่าเดิม…”
“เอาเถอะ เขาเพิ่งอายุเท่าไรเอง ก็ต้องดื้อสิ ไม่ว่ายังไงเด็กสมัยนี้โตก่อนวัยกันทั้งนั้น เข้าใจอะไรมากมาย การด่าว่าจะส่งผลถึงสุขภาพทางกายและใจของเด็ก โดยเฉพาะการเติบโต! ถ้าเกิดตีจนเสียล่ะจะทำยังไง? มีเรื่องอะไรทำไมคุยเหตุผลกันไม่ได้? แล้วก็…W^%$E^&” ผู้หญิงพูดรัวเป็นกองใหญ่ราวกับแฉความจริงทั้งหมด แทบจะสอนบทเรียนการอบรมเด็กกับฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งมองผู้หญิงตรงหน้าอึ้งๆ เขาคิดมาตลอดว่าตนพูดเก่งแล้ว แต่เทียบกับผู้ห