นน้ำแกง!” เด็กแดงพูด
ลิงมองฟางเจิ้งอย่างคับอกคับใจ ฟางเจิ้งว่า “ไปทำให้เขาเถอะ”
ลิงจึงได้แต่ไปในครัวด้วยความจำใจ หลังจากฟางเจิ้งมอบครัวให้เด็กแดงแล้ว ลิงก็ช่วยงานไม่น้อย อีกอย่างบนเขาเอกดรรชนีทำอาหารกันง่ายๆ ใส่น้ำใส่ข้าว คุมไฟก็ได้แล้ว ลิงฉลาด เรียนรู้ไม่กี่ครั้งก็เป็น
ส่วนการทำซุปก็ง่าย ต้มน้ำหนึ่งหม้อ โยนหน่อไม้เข้าไปกำหนึ่ง โรยเหลือกำหนึ่งก็เสร็จแล้ว ส่วนน้ำมัน? ใช้หมดไปนานแล้ว หาซื้อน้ำมันพืชแถบนี้ยาก ใช้หมดแล้วก็หมดเลยจริงๆ ฟางเจิ้งเองก็ไม่ไปหามาเพิ่มอีก ดังนั้นพวกเขาจึงทำอาหารไม่ใช่น้ำมันมานานมากแล้ว
เห็นลิงทำอาหาร ทำซุปอย่างชำนาญ ฟางเจิ้งจึงไม่สนใจ เดินไปภูเขาข้างหลัง ใช้อภินิหารดอกไม้บานทันใดกับแม่พันธุ์ไผ่หนาว ต่อมาแม่พันธุ์ไผ่หนาวเปล่งแสงสีเขียวสายหนึ่ง ก่อนฟางเจิ้งจะเห็นต้นไผ่เริ่มเติบโตไปบนเขาทีละต้น ฟางเจิ้งรีบควบคุมแม่พันธุ์ไผ่ ให้ต้นไผ่ลงเขาไป! เวลานี้รอบนอกเทือกเขาทงเทียนมีต้นไผ่ผุดขึ้นมาตรงจุดที่ไม่มีที่นาเนิบๆ ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง รีบปิดอภินิหารนี้!
ต่อให้เป็นอย่างนั้นก็มีป่าไผ่ใหญ่เพิ่มมาจากความว่างเปล่า! ฟางเจิ้งเหงื่อเต็มหน้าผาก ถ้าคนเห็นต้นไผ่เติบโตแบบนี้ เดาว่าวันต่อมาจะต้องเป็นข่าว
ดีที่ต้นไผ่เหล่านี้อยู่ในถิ่นค่อนข้างกันดาร เวลาใกล้จะเที่ยงแล้ว ปกติไม่มีคนมาริมภูเขาใหญ่ แต่ช่วงบ่ายก็พูดยาก…ทว่าเกิดเรื่องแล้ว ฟางเจิ้งเลยได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อีกอย่างป่าไผ่