ไม่ได้ถือว่าขึ้นมาเยอะเป็นพิเศษ ประกอบกับไผ่หนาวเติบโตรวดเร็ว จึงไม่น่าจะมีใครก่อเรื่องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
ฟางเจิ้งเก็บอภินิหารไปแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก หมุนตัวกลับจะใช้ดอกไม้บานทันใดกับข้าวผลึก แต่ว่า…
“ขอเตือนอย่างเป็นมิตร อภินิหารระดับนี้ ถ้าใช้แล้วจะเก็บค่าใช้จ่ายตามจำนวนครั้ง หรือพูดได้ว่าหนึ่งครั้งบุญกุศลสิบแต้ม!”
ฟางเจิ้งมือสั่น ก่อนเก็บอภินิหารที่เกือบจะใช้กลับไปทันที ถึงข้าวผลึกจะล้ำค่า แต่นี่ก็ใช้เงินซื้อได้ บุญกุศลใช้เงินซื้อไม่ได้ ชั่งน้ำหนักดูแล้ว ไม่ต้องคิดก็รู้ เขาเก็บอภินิหารกลับไป ขณะเดียวกันยังดูหมิ่นความปลิ้นปล้อนของระบบในใจอีกครั้ง จะเก็บค่าใช้จ่ายตามครั้ง ทำไมไม่ไปปล้นเลยล่ะ? ไม่ใช่สิ นี่คือการปล้น!
แต่ก็จนปัญญา ไม่มีแรงต่อต้าน อดทนแล้วกัน
ฟางเจิ้งไม่สุขใจ และก็ไม่ได้รีบร้อนกลับวัดเอกดรรชนีอยู่แล้ว แต่เดินเล่นบนเขา ไม่รู้ว่าเดินอยู่นานเท่าไร ท้องร้องจ๊อกๆ ถึงกลับไป
ตอนที่ฟางเจิ้งกลับถึงวัดเอกดรรชนี ลิงทำซุปเสร็จแล้ว วางอยู่บนโต๊ะ
เด็กแดงหย่อนก้นนั่งลงบนตำแหน่งที่ฟางเจิ้งนั่งประจำ ยังไม่ทันที่ฟางเจิ้งกลับมาก็ขยับตะเกียบเริ่มกิน ดื่มซุปเหลวส่งเสียงดังไม่หยุด
หมาป่าเดียวดายพูดอย่างไม่พอใจ “ศิษย์น้อง นั่นที่ของอาจารย์”
“ข้ารู้ ข้าก็กำลังคิดว่าจะใช้อภินิหารอย่างไรอยู่ไม่ใช่รึ แค่สลับตำแหน่งคิดตรึกตรองหน่อยเท่านั้น อีกอย่างจะใช้อภินิหารต้องใช้แรง ข้าไม่กินอิ่ม