น้ำพุบนเขาเอกดรรชนีของอาตมาแห้งแล้ว” ฟางเจิ้งตอบด้วยความกลัดกลุ้ม
“อะไรนะ?!” ถานจวี่กั๋วร้องตกใจ ตบถ้วยยาสูบยาวในมือกับโต๊ะ
หวังโอ้วกุ้ยถามอย่างจริงจังเช่นกัน “จริงเหรอ? ตั้งแต่ตอนไหน?”
ฟางเจิ้งตอบ “อาตมาไม่รู้เวลาโดยละเอียด วันนี้ลงเขาไปตักน้ำถึงรู้ พวกโยม ทำไมถึงดูจริงจังนักล่ะ?”
หวังโอ้วกุ้ยยิ้มแห้ง “เร็วๆ นี้เครื่องสูบน้ำหลายตัวสูบน้ำไม่ขึ้น…ตอนแรกคิดว่าเรื่องเล็ก ไม่นึกเลยว่าน้ำพุเอกดรรชนีที่มีน้ำตลอดทั้งปีจะแห้ง ดูท่าคงเป็นปัญหาใหญ่แล้ว”
ฟางเจิ้งตะลึงงัน “เครื่องสูบน้ำก็สูบไม่ขึ้น?”
“อืม เพิ่งเริ่มเมื่อวาน ตอนแรกมีปั๊มน้ำบ้านซ่งเอ้อโก่วที่สูบน้ำไม่ขึ้น ช่วงแรกยังคิดว่าเครื่องเสีย ขยับแก้อยู่นานเลย จากนั้นบ้านซุนเฉียนเฉิงก็สูบไม่ขึ้น…แล้วที่ดินบ้านเฉินจินที่ซุนเฉียนเฉิงรับเหมาอยู่ก็สูบน้ำไม่ขึ้นเหมือนกัน วันนี้หนักกว่าเดิม หลายบ้านสูบน้ำไม่ขึ้น ฉันเดานะ พวกเราคงจะสูบน้ำบาดาลจนแห้งหมดแล้ว” หวังโอ้วกุ้ยขมวดคิ้วแน่น เอ่ยตอบด้วยความทุกข์ใจ
…………………….