าตมาจะไปดู”
พูดจบฟางเจิ้งรีบวิ่งไปกลางเขาอย่างรวดเร็ว ตาน้ำพุกลางเขาเอกดรรชนีคือต้นน้ำหลักของเขา ถ้าขาดไป นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก จากนี้ถ้าคิดจะแบกน้ำอีกเกรงว่าต้องลงเขาไป…ทว่าที่ฟางเจิ้งกังวลจริงๆ ไม่ใช่เรื่องนี้ แต่กังวลว่าน้ำพุแห้งจะมาพร้อมกับสัญญาณอันตราย! เงยหน้ามองฟ้า ดวงตะวันลอยสูง พระอาทิตย์สูงขึ้นทุกวัน แสงตะวันโหดร้ายขึ้นทุกวัน ฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆ เมื่อก่อนไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้เขายิ่งรู้สึกว่าชีวิตไม่ปกติเล็กน้อยขึ้นทุกวัน คำนวณเวลาแล้ว ไม่มีฝนตกมาเกือบเดือน!
ฟางเจิ้งตรงไปบ้านหวังโอ้วกุ้ย เข้าประตูไปก็ได้กลิ่นหอมของแตงโม
“ฟางเจิ้งมาทำไม? มาได้พอดีเลย รีบมากินแตงโมเร็ว!” หวังโอ้วกุ้ยเปลือยท่อนบน นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเตา บนโต๊ะมีแตงโมวางไว้จานหนึ่ง ตรงข้ามเป็นถานจวี่กั๋วนั่งอยู่ ถานจวี่กั๋วเอาขาข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้เตียงเตา ในมือถือถ้วยสูบบุหรี่แบบยาว กำลังสูบทำปากขมุบขมิบ หยางหวานั่งใกล้หน้าต่าง นอนพาดอยู่บนโต๊ะ กำลังเขียนบางอย่าง ข้างๆ ยังมีเครื่องคิดเลขตัวหนึ่ง
ฟางเจิ้งเข้ามา ทุกคนพากันเงยหน้าขึ้นมองมาแล้วเอ่ยทักทาย
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ พวกโยม ครั้งนี้อาตมามีธุระ”
“กินแตงโมก็ไม่เห็นจะเสียเรื่องอะไรเลย รีบนั่งลงเถอะ” ถานจวี่กั๋วกล่าว
ฟางเจิ้งไม่เกรงใจแล้ว ขึ้นไปบนเตียงเตา นั่งลงใกล้กับหยางผิง
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง บนเขาเกิดอะไรรึเปล่า?” หยางผิงถามด้วยความแปลกใจ
“เฮ้อ