บความยากลำบาก! ถึงจะไล่ผู้รุกรานไปได้ แต่เขาก็ยังเสียใจ!
“จากความน่าเวทนานั้น ‘จิ่วอีปา’ ‘จิ่วอีปา’
จากความน่าเวทนานั้น
ออกจากบ้านเกิดฉัน
ละทิ้งขุมทรัพย์ไม่มีสิ้นสุด
ร่อนเร่พเนจร! ร่อนเร่พเนจร!
พเนจรอยู่ข้างนอกทุกคืนวัน ร่อนเร่!
ปีไหน เดือนไหน ถึงจะได้กลับบ้านเกิดอันน่ารักของเรา?
ปีไหน เดือนไหน ถึงได้รับขุมทรัพย์ไม่มีสิ้นสุดนั้นกลับมา
บุพการี บุพการี เมื่อไรถึงได้อยู่พร้อมหน้ากัน?”
ร้องถึงท่อนสุดท้าย หวงเหรินคุกเข่าบนพื้น ไม่อาจสงบนิ่งได้นานนัก แต่ฟางเจิ้งข้างกายหวงเหรินไม่อาจสงบเช่นกัน เขาก็เป็นเด็กที่เติบโตบนที่ราบแห่งนี้เช่นกัน เขาจินตนาการถึงความเศร้าในช่วงที่ผู้รุกรานเผาเข่นฆ่าปล้นชิงมาตุภูมิไม่ออก และยังมีวีรบุรุษอย่างหวงเหรินกับเฉินต้าซานอีกเท่าไรที่ก้าวสู่สนามรบเพื่อปกป้องมาตุภูมิ สุดท้ายตายแล้วก็หาบ้านเกิดไม่พบ หาที่ฝังกระดูกไม่ได้ กระทั่งไม่เหลือนามไว้! ทำไมพวกเขาถึงไปตาย? ผลประโยชน์? นึกถึงความจนที่เสื้อผ้ามีรอยปะเต็มตัวพวกเขา อาหารไม่อิ่มท้อง ป่วยไม่มียารักษา! ชื่อเสียง ใครจะจำทหารชาวนาตัวเล็กๆ ได้? ใครจะจำเฉินต้าซานกับสหายร่วมรบของเขาได้? ใครจะจำนักรบที่คุ้มกันประชาชนให้ถอยหนีและอยู่เพื่อปกป้องหลายต่อหลายครั้งได้? พอนึกถึงกองทหารสามพันกว่าคนเหลือรอดห้าสิบกว่าคนแล้ว…หัวใจฟางเจิ้งเกิดการพัวพันกัน
ฟางเจิ้งอดไม่ไหวเอ่ยถาม “ตอนนั้นทำไมถึงเกณฑ์ทหาร?”
“ปกป้องครอบครัวรักษาประเ