ดของตัวเอง ไหนเลยต้องกลัวตาย” ฟางเจิ้งเก็บความสุขุมความอ่อนโยนในเวลาปกติไป ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเงียบ แววตาเป็นสมาธิ มีความรวดเร็วและดุดันอยู่หลายส่วน
เด็กแดงเงยหน้ามองฟางเจิ้งในตอนนี้ “อาจารย์ ทำหน้าแบบนี้แล้วค่อยดูเหมือนบุรุษหน่อย”
ฟางเจิ้ง “…”
เด็กแดงมองสงครามข้างหน้าเหมือนมีความคิด “แต่ข้าไม่เข้าใจวิธีของพวกเขาจริงๆ เวลานี้ควรจะหนี สู้ไม่ได้จะอยู่ทำไม? รอความตาย? มีอะไรสำคัญกว่าชีวิต?”
ฟางเจิ้งยังคงเงียบ บางเรื่อง เด็กแดงไม่เคยประสบจึงไม่เข้าใจ อธิบายไม่ได้ ค่อยๆ ดูไปเถอะ
การต่อสู้เริ่มขึ้น ตามด้วยเสียงตะโกน “เหล่าสหาย จงสู้สุดชีวิตเพื่อให้ประชาชนข้างหลังเราถอยไปได้อย่างปลอดภัย สู้!”
ทหารทั้งหมดลุกขึ้นมาจากที่กำบัง รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ยังเปล่งเสียงของตนอย่างไม่กลัวตาย ยิงกระสุนของตนออกไป!
หน่วยกล้าตายเรียงเป็นแถวหนึ่ง กอดถุงดินระเบิดพุ่งไปข้างหน้า คนที่อยู่ข้างหน้าคือโล่เนื้อมนุษย์ ขวางกระสุนระลอกหนึ่งไว้ ล้มลงกับพื้นสละชีพ ถ่วงเวลาให้คนข้างหลังบุกไปได้มากกว่าเดิม คนล้มลงทีละคน สละชีพไปหกเจ็ดคนถึงมีคนกอดถุงดินระเบิดกลิ้งไปอยู่ใต้สายพานรถถังได้ ก่อนจุดชนวนระเบิดดังโครม ให้สัตว์ยักษ์เหล็กกล้าตนนี้หยุดแล่น
เห็นถึงตรงนี้เด็กแดงอ้าปากกว้างด่าทอ “ไอ้พวกบ้าไม่กลัวตาย…” แต่เขากลับกำหมัดเล็กแน่นโดยไม่รู้ตัว เห็นได้ชัดว่าจิตใจเขาไม่สงบนิ่ง
สงครามคือเครื่องประหารชีว