“จางอิง? นายท่านพูดถึงจางอิงคนใดหรือขอรับ”
เสี่ยวเอ้อร์ขยับเข้ามา เอ่ยด้วยรอยยิ้มแสนกระตือรือร้นบนใบหน้า
ผู้ที่มาเป็นชายชุดน้ำเงินผู้หนึ่ง แบกของที่เหมือนกระบองยาวด้ามหนึ่งไว้บนหลังซึ่งห่อเอาไว้ด้วยผ้าสีขาว ดูจากหน้าตาแล้วเขาน่าน่าจะอายุห้าสิบต้นๆ ดวงตาทั้งคู่เป็นเช่นดาบยามจรดสายตาลงบนตัวเสี่ยวเอ้อร์ ก็ทำเอาเสี่ยวเอ้อร์ใจสะท้านไปทีเดียว
ท่าจะเอาใจยาก!
เสี่ยวเอ้อร์ยังคงยิ้มค้างอยู่ด้วยท่าทางนอบน้อมอย่างมาก
ชายชุดน้ำเงินแค่นเสียงกล่าวว่า “อย่าเสแสร้ง ข้ารู้ว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นจางอิงหัวหน้าหอการค้าฉีหยวนเป็นคนออกเงินสร้าง ไปบอกจางอิงว่าข้ามีเรื่องต้องการพบเขาและไม่ทำให้เขาเสียเปรียบแน่”
เซียวปู้ขู่ที่อยู่ตรงมุมโรงเตี๊ยมได้ยินคำพูดนี้ก็อดเบิกตากว้างไม่ได้
แต่แววตาของเขาก็กลับหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเอ้อร์เห็นว่าฝ่ายนั้นรู้จริงๆ หากว่าทำส่งเดชไปเกรงว่าเลือดจะสาดโรงเตี๊ยมเบาใจเขาจึงหุบยิ้มไปทันใดและกล่าวว่า “เช่นนั้นนายท่านก็ต้องรอระยะหนึ่ง ท่านจะยินยอมเข้าพักในโรงเตี๊ยมหรือไม่ขอรับ”
ชายชุดน้ำเงินล้วงเอาถุงเงินถุงหนึ่งออกมาจากในอกเสื้อ ก่อนโยนไปบนโต๊ะเก็บเงิน จากนั้นยกมือขึ้นเป็นการบอกให้เสี่ยวเอ้อร์นำทางไป
พอเห็นเงินเสี่ยวเอ้อร์ก็หน้าชื่นตาบานขึ้นมา ก่อนพยักหน้าโค้งตัวนำทางทันใด
เมื่อเถ้าแก่เริ่มนับเงินที่อยู่ในถุงเงิน หัวคิ้วที่ขมวดแน่นก็คลายออกตามไปด้วย
ช่วงสิบวันที่สามของเดือ