“เจ้าถามนามทางธรรมหรือว่าชื่อแซ่?” เด็กแดงได้ยินเล่อเทียนช่วยพูดให้เขาจึงสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
นักพรตเต๋าเล่อเทียนตอบ “เอ่อ นามทางธรรมแล้วกัน เด็กคนนี้น่ารัก น่าจะไม่ได้ชื่อเด็กแดง?”
“ข้าชื่อเด็กแดง” เด็กแดงเชิดหน้าขึ้น ตอบอย่างโอหัง
“เอ่อ…” นักพรตเต๋าเล่อเทียนตะลึงงัน มองเด็กแดงก่อนมองฟางเจิ้งอีกครั้ง
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “อมิตาพุทธ เขาชื่อเด็กแดงจริงๆ”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนหัวเราะอีกครั้ง “ก็ดีๆ สุธนกุมารรึ”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนเป็นคนอัธยาศัยดี ขณะเดียวกันยังค่อนข้างคุยเรื่อยเปื่อยได้ ดึงฟางเจิ้งไปคุยฟ้าคุยดิน คุยกันอย่างเป็นมิตรมาก
ฟางเจิ้งก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องของศาสนาเต๋าเช่นกัน จึงถามไปว่า “นักพรตเต๋า ถ้าอาตมามองไม่ผิด ท่านสวมจีวรปะหรือ?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนหน้าแดง “เป็นจีวรปะจริงๆ ช่วยไม่ได้ ก็จนนี่…จีวรปะหนา ออกไปข้างนอก นั่งที่ไหนก็ไม่ขาด”
ฟางเจิ้งอึ้งงัน นักพรตเต๋าเล่อเทียนยังมีความน่ารักอยู่นิดๆ…ทว่าตั้งแต่โบราณมา จีวรปะเป็นทางเลือกแรกๆ ของนักพรตเต๋าธุดงค์ เหตุผลก็เพราะแบบนี้จริงๆ มันทนทาน!
ฟางเจิ้งกล่าว “วัดเต๋าของนักพรตอยู่ที่ไหนหรือ?”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนชี้ไปยังเทือกเขาทงเทียนข้างหลัง “ในภูเขาใหญ่นั่น ไม่เรียกว่าวัดเต๋าหรอก แค่กระท่อมเท่านั้น”
“ถ้าอย่างนั้นนักพรตแก้ปัญหาเรื่องกินดื่มอย่างไร” ฟางเจิ้งถามอีก
“เพาะปลูกเอง ทอผ้า อยู่ดีกินดี นอนกลางดินกินกลางทราย มีอิสระดี” นั