กพรตเต๋าเล่อเทียนพูดถึงตรงนี้ ในแววตาเขามีความภูมิใจในตัวเองและหลุดพ้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่พวกจะตายก็ยังรักษาหน้าตา แต่ชอบชีวิตแบบนี้จริงๆ นักพรตเต๋าเล่อเทียนเปลี่ยนน้ำเสียง “หลวงพี่ฟางเจิ้ง อาตมามาครั้งนี้ ความจริงมีเรื่องจะขอร้อง”
เอ่ยถึงตรงนี้นักพรตเต๋าเล่อเทียนหน้าแดง
ฟางเจิ้งเห็นสีหน้านักพรตเต๋าเล่อเทียนแล้วจึงค่อนข้างสนใจ ถามไปว่า “เรื่องอะไร? นักพรตพูดมาได้เลย”
“เอ่อ คือว่า…อาตมาขุดหน่อไม้ของท่านไปเล็กน้อย เอ่อ…เอ่อ…ท่านว่า จะให้อาตมาชดใช้อย่างไร…” นักพรตเต๋าเล่อเทียนหน้าแดงกว่าเดิม
ฟางเจิ้งตะลึงงัน ขุดหน่อไม้เขา? หรือว่านักพรตเต๋าเล่อเทียนขึ้นเขามาขุดแล้ว? ทำไมหมาป่าเดียวดายกลับมาถึงไม่บอก? หรือว่ามันหนีงาน?
ฟางเจิ้งอึ้งไปครู่หนึ่ง นักพรตเต๋าเล่อเทียนคิดว่าฟางเจิ้งไม่สบอารมณ์นิดๆ จึงเอ่ยด้วยความเขินอายสุดจะทนกว่าเดิม “ตอนแรกอาตมาไม่รู้ว่ามีเจ้าของ เห็นหน่อไม้โตไปถึงตีนเขา มีหมูป่าขุดกินเลยขุดตามสองหน่อ ต่อมาถึงรู้ว่าหน่อไม้นี่มาจากหมู่บ้านเอกดรรชนี ตอนแรกไปพบผู้ใหญ่บ้านหวังโอ้วกุ้ยแล้ว แต่เขาบอกว่าหน่อไม้เป็นของท่าน ดังนั้น…”
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นก็พูดไม่ออก นักพรตรูปนี้น่ารักซื่อตรงจริงๆ จึงพูดยิ้มๆ “นักพรตเต๋าไม่ต้องเกรงใจ ถึงหน่อไม้นั่นจะมาจากที่ของอาตมา แต่ในเมื่อเติบโตไปแล้วก็ไม่ถือว่าเป็นของอาตมาคนเดียว ถ้าท่านชอบกินก็ขุดกินได้ ไม่ต้องคิดมาก”
“เอ่อ? แต่ว่า…อืม…ไม่มี