เจ้าของจริงๆ หรือ?” นักพรตเต๋าเล่อเทียนถาม
ฟางเจิ้งยิ้ม “จริงแน่นอน แต่ว่าจากนี้จะเป็นของหมู่บ้าน แน่นอนว่าถ้าท่านอยากกินก็ยังขุดกินได้”
นักพรตเต๋าเล่อเทียนยิ้มทันที “ถ้าอย่างนั้นอาตมาก็วางใจ พูดจริงๆ นะ หน่อไม้นี่อร่อยจริงๆ”
ฟางเจิ้งโบกมือ ลิงหยิบหน่อไม้บนยอดเขาเข้ามา ฟางเจิ้งพูด “อันนี้ดีกว่า นักพรตเต๋าเอาไหม?”
แต่สิ่งที่ฟางเจิ้งคาดไม่ถึงคือนักพรตเต๋าเล่อเทียนส่ายหน้า “ไม่เอาแล้ว”
ฟางเจิ้งถามด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ?”
“ใต้หล้ามีของดีนับไม่ถ้วน ไฉนต้องเอาทั้งหมด? รู้จักพอดีจะมีความสุข ท่านมองฟ้านี่ ผืนฟ้าครามเข้มสวยเพียงใด น่าเสียดาย บางคนมองทุกวันกลับรู้สึกว่ามันก็ไม่เท่าไร ต้องให้พวกเขาอยู่เมืองใหญ่ที่มีเมฆหมอกฟ้าสลัวสักพักถึงจะรู้ว่าอะไรคือความงดงาม” เล่อเทียนพูดจบก็ยืนขึ้นกล่าว “สายแล้ว อาตมาไม่รบกวนหลวงพี่แล้ว ถ้าว่างๆ ก็ไปเยี่ยมวัดเต๋าของอาตมาหลังภูเขาได้ ถึงจะยากจนอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นที่ที่สวยงาม”
ฟางเจิ้งยืนขึ้น “แน่นอน อ้อ ขอเสียมารยาทถามหน่อยว่าในเทือกเขาทงเทียนยังมีผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นอีกไหม?”
“มี เทือกเขาทงเทียนไม่มีคนจากทางโลกรบกวน เงียบสงบเป็นมงคล มีข้าวของอุดมสมบูรณ์ และยังมีคนบำเพ็ญเพียรข้างในอีกเล็กน้อยด้วย ตามที่อาตมารู้ว่าคือมีครูสอนหนังสือคนหนึ่งเรียกตัวเองว่าศิษย์ของนักปราชญ์ขงจื๊อ สร้างกระท่อมอาศัยอยู่ข้างใน” นักพรตเต๋าเล่อเทียนกล่าว
ฟางเจิ้งตกใจอยู่ภ