ทุกคนเดากันเอาเอง ถึงอย่างไรก็ยำเกรงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร รู้จักกลัวจึงหวาดกลัว ที่น่ากลัวจริงๆ คือคนที่ไม่มีความกลัวต่างหาก
ในเมื่อเข้าใจถึงปัญหาของธูปในวัดแล้ว ฟางเจิ้งจึงไม่ได้คิดอะไรมาก กลับวัดไปทำในสิ่งที่ควรทำ ภายใต้การรดน้ำด้วยพุทธคัมภีร์ ข้าวผลึกแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่แน่นอนว่าย่อมซ่อนข้าวผลึกไม่ได้ หวังโอ้วกุ้ยและถานจวี่กั๋วเคยมาแล้ว พวกเขาเคยกินข้าวผลึกมาก่อน รู้ว่ารสชาติข้าวผลึกนั้นดีจนทำให้คนอยากจะกัดลิ้นให้ขาด
ถานจวี่กั๋วถามฟางเจิ้งถึงวิธีการปลูกอีกครั้ง ฟางเจิ้งจำใจเลยให้ถานจวี่กั๋วได้ดูว่าเขาปลูกข้าวผลึกอย่างไร ดูว่าฟางเจิ้งสวดมนต์ตลอดคืนข้าวผลึกถึงโต ถานจวี่กั๋วจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป เขาฟังฟางเจิ้งสวดมนต์แล้วรู้สึกสงบจากใจ เต็มไปด้วยกลิ่นอายพุทธ จะใช้เสียงบันทึกหรือหาคนมาสวดบทสองบทไม่ได้
เมื่อตัดความคิดของถานจวี่กั๋วกับหวังโอ้วกุ้ยได้แล้ว ฟางเจิ้งเลยแก้ปัญหายากเรื่องใหญ่ไปได้ ทว่าไม่นานก็มีปัญหามาถึงหน้าบ้านอีก
วันนี้เข้าสู่กลางดึก ฟางเจิ้งนอนไม่หลับจึงพาหมาป่าเดียวดาย เด็กแดง กระรอกและลิงเดินเล่นบนเขา ดูทางช้างเผือกบนฟ้าพลางถอนหายใจ “โลกใหญ่ขนาดนี้ ทางช้างเผือกยิ่งมองไม่เห็นสุดขอบ ผืนฟ้ากว้างใหญ่ มนุษย์เล็กจ้อยจริงๆ”
ลิง หมาป่าเดียวดายและกระรอกพยักหน้าตาม รู้สึกว่าฟางเจิ้งปลงอนิจจังมีลีลาใช้ได้!
แต่เด็กแดงกลับทำลายบรรยากาศด้วยการเบะปาก หัวเราะ “ถุ