ง พูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ “ศิษย์ รู้ไหมว่าทำไมอาจารย์ถึงไม่คืนพลังให้?”
เด็กแดงตอบ “อาจารย์กลัวว่ามีพลังแล้วจะหนีไป?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “ฟ้าดินกว้างใหญ่ ต่อให้นายมีพลังมากกว่านี้ อาจารย์แค่สวดมนต์นายก็ต้องกลับมาอย่างว่าง่าย อาตมาไม่คืนพลังให้ก็เพื่อให้นายสัมผัสความรู้สึกของการเป็นคนบ้าง สัมผัสถึงรูปแบบต่างๆ ของชีวิตคน รักโกรธเศร้ามีความสุข ไม่ใช่ลิงเจ้าภูเขาอย่างที่นายเป็นมาตลอด เห็นแก่ตัวเองมีอิสระมีความสุข ไม่สนใจความเป็นตายของคนอื่น ทุกสรรพสิ่งบนโลกมีชีวิตของตนเอง ต่างมีวิถีชีวิตของตัวเอง มีความสุขของตัวเอง เข้าใจสิ่งเหล่านี้ให้มากๆ ชีวิตนายจะน่าสนุกกว่าเดิม ไม่ใช่เอาแต่ฆ่าแกง ไม่รู้สึกว่าชีวิตมันไร้รสชาติเกินไปหน่อยหรือ?”
เด็กแดงทำท่าทางยอมรับการสั่งสอน แต่ในใจไม่คิดอย่างนั้น ‘ชีวิตคนบ้าอะไร มีพลังข้าจะทำอะไรก็ได้ นั่นต่างหากคือความสบายใจ! คืออิสระ! เหตุใดต้องสืบเสาะความสุขของมดปลวก? น่าเบื่อชะมัด!’
ฟางเจิ้งก็รู้ว่าการพูดสองสามคำไม่มีทางให้เด็กแดงเชื่อฟังได้ เขาเองก็ไม่รีบร้อน ขณะจะให้บทเรียนชีวิตคนกับเด็กแดงนั้น พลันมีเสียงตีฆ้องดังมาจากข้างล่าง ฆ้องทองแดงสะเทือนฟ้า เสียงเร่งรีบมาก ขณะเดียวกันมีเสียงตะโกนของผู้คนดังตาม แสงจากไฟฉายและยังมีไฟจากคบเพลิง ตามด้วยได้ยินเสียงคำรามสัตว์…
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นจึงร้องขึ้น “แย่แล้ว ฝูงหมูป่าลงเขามาอีกแล้ว!”
ข้างหลังภูเขาเอกดรรชนีเป็นภูเขาทงเท