ำผุดบนหน้าแพร่กระจายไปนานแล้ว
พลันเห็นโจวอู่แบกน้ำขึ้นเขา ทุกคนจึงมองตากันแวบหนึ่งก่อนสนทนากันเงียบๆ
“เห็นรึเปล่า เจ้านี่ไงที่เมื่อวานยังกร่างอยู่เลย วันนี้มาแบกน้ำอย่างว่าง่ายเฉย จิ๊ๆ…ดูขนดำบนหน้านั่น กรรมตามสนองล่ะนะ”
“คนกระทำ สวรรค์มอง สร้างกรรมชั่วน้อยๆ ต่างหากคือหลักการที่ถูกต้อง”
“เหนือหัวไปสามฉื่อมีเทพเจ้ามองอยู่ เป็นคนเวลาทำอะไรต้องมีเหตุผล…”
โจวอู่ได้ยินถึงในหู ใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวคล้ำ ดีที่มีขนยาวไฝดำบนหน้า คนอื่นเลยมองไม่ออก โจวอู่คิดจะกร่างกลับ แต่พอนึกถึงจุดจบที่ตนแสร้งกร่างไปก่อนหน้าจึงเก็บความคิดไปทั้งหมด ก่อนตักน้ำอย่างว่าง่าย คนอื่นว่าอะไรก็ทำเป็นไม่ได้ยิน
เก๋อเยี่ยนตรงตีนเขากับลูกชายรออยู่นานมากก็ไม่เห็นโจวอู่ลงมา สุดท้ายทนไม่ไหวพาลูกชายขึ้นเข้ามาตามหา ระหว่างทางเห็นโจวอู่กำลังแบกน้ำ เก๋อเยี่ยนร้อนใจโดยพลัน พูดขึ้น “เหล่าโจว คุณทำอะไรน่ะ? ทำไมต้องแบกน้ำ?”
โจวอู่ยิ้มแห้งๆ “คุณคิดว่าผมอยากเหรอ? คุณดูหน้าผมนี่ มีอะไรเปลี่ยนไปไหม?”
เก๋อเยี่ยนเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วพูดด้วยความตกใจ “ไฝดำน้อยลง!”
โจวอู่ว่า “ใช่ ผมแบกน้ำขึ้นเขา ไฝดำจะน้อยลง คุณว่าผมต้องแบกน้ำนี่ไหม?”
“แต่ว่า…มันเหนื่อยไปรึเปล่า?” เก๋อเยี่ยนมองถังใหญ่นั่นพลางพูดด้วยความรัก
“เหนื่อย? เหนื่อยก็เหนื่อยเถอะ ผมขึ้นลงเขามาหลายรอบแล้ว ผมคิดอยู่นานมากถึงสิ่งที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดถึงหรือไม่ก็คิดไม่ออก ตอนนี้เข้าใจหมดแล้