่างเห็นได้ชัด ถูกขุดออกมาหมด แถมบางหน่อเสียหายอีก
เห็นดังนั้นฟางเจิ้งก็โกรธอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาใจดีให้ทุกคนมาขุดหน่อไม้ แต่กลับมีคนไม่รู้จักวางตัว มาสร้างปัญหาเช่นนี้!
“พวกแกมันคนจน จะตะโกนอะไรนักหนา? ก็แค่หน่อไม้ห่วยๆ ไม่กี่หน่อเอง? ขุดแล้วจะทำไม?” เก๋อเยี่ยนร้องโวย
“หน่อไม้พวกนี้มีเจ้าของ เป็นหน่อไม้ของหลวงพี่ฟางเจิ้ง พวกแกขุดต้นสองต้นได้ แต่มาทำลายหน่อไม้แบบนี้มันใช้ไม่ได้!” ซ่งเอ้อโก่วว่า
“ถุย! หลวงพี่ตูดหมาน่ะสิ ฉันอยากขุดก็จะขุด อยากรู้นักว่าใครจะห้ามได้! จะบอกพวกแกให้นะ วันนี้ฉันจะไม่แค่ขุด อีกไม่กี่วันจะพาคนมาขุดด้วย ตอนนั้นจะขุดให้หมดทั้งป่าไผ่เลย! คิดว่าจะให้พวกแกกิน? อย่าหวังเลย!” โจวอู่กล่าว
“แก…” ซ่งเอ้อโก้วจะเริ่มด่า
ทันใดนั้นเองมีเสียงสวดดังมาจากข้างหลัง “อมิตาพุทธ!”
ซ่งเอ้อโก่วรู้ว่าฟางเจิ้งมาแล้วเลยเก็บคำด่าตรงริมฝีปากไปโดยพลัน ทุกคนพากันหลีกทางให้ แสดงความเคารพฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งก็แสดงความเคารพกลับทีละคน
โจวอู่กับเก๋อเยี่ยนได้ยินเสียงสวด จิตใจดิ่งลง รู้ว่าเจ้าของมาแล้ว เห็นกลุ่มคนพลันแยกย้าย มีเณรหน้าตาหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเดินออกมารูปหนึ่ง โจวอู่เบะปากโดยไม่รู้ตัว คิดในใจว่า ‘คิดว่าจะเป็นใคร ที่แท้ก็แค่เณร!’
เก๋อเยี่ยนพูดเสียงเบา “เหล่าโจว จัดการเณรนี่ได้ก็น่าจะโอเคแล้ว”
“วางใจเถอะ แค่เด็กน้อย ขู่หน่อยก็เชื่องแล้ว” โจวอู่ตอบกลับเบาๆ
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง สองคนนี