้…” ซ่งเอ้อโก่วจะเล่าสถานการณ์ทันที
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “อมิตาพุทธ อาตมาได้ฟังเหตุและผลของเรื่องนี้ชัดเจนแล้ว”
“เณร ถ้าได้ยินชัดแล้วก็ตัดสินสิ ฉันขุดหน่อไม้ด้วยตัวเอง แต่ไอ้บ้านี่มายุ่งเรื่องคนอื่น เณรว่าควรต่อยมันไหมล่ะ?” โจวอู่ที่เป็นคนผิดกลับฟ้องผู้อื่นก่อน
ซ่งเอ้อโก่วโกรธขึ้นมาในทันใด ด่าทอ “แกมันไร้ยางอาย!”
ฟางเจิ้งกลับยิ้ม “ประสกเหมือนจะพูดมีเหตุผลอยู่บ้างนะ”
โจวอู่ได้ยินดังนั้นพลันหัวเราะ เดิมทีคิดว่าจะทำตัวไร้ยางอาย เก็บหน่อไม้แล้วรีบไป ไม่นึกเลยว่าเณรรูปนี้จะขี้กลัวขนาดนี้ แค่ถลึงตามองก็ยอมแพ้แล้ว
ซ่งเอ้อโก่วได้ยินดังว่าจึงร้อนใจ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านอย่ากลัวเขา คนหมู่บ้านเอกดรรชนีเราเป็นเกราะกำบังให้ท่าน วันนี้อย่าหวังเลยว่าไอ้พวกนักเลงเหม็นเน่าพวกนี้จะได้เอาหน่อไม้ลงเขา!”
“ใช่ๆ พวกเราจะช่วยท่านเอง!” ซุนเฉียนเฉิงเอ่ยเช่นกัน
พอเห็นชาวบ้านจะช่วยเหลือมากขนาดนี้ โจวอู่กลัวอยู่เล็กน้อย แต่ภายนอกก็ยังพูดด้วยความโมโห “วันนี้ใครกล้าลงมือ ฉันจะกลับไปพาคนมาสั่งสอนพวกแก! จะขุดป่าไผ่ห่วยๆ นี่ซะให้หมด!”
พวกชาวบ้านโกรธยิ่งกว่า!
ไกลออกไป เด็กแดงตักน้ำกลับมาแล้ว ก่อนนั่งดูอยู่บนสันกำแพงพลางหัวเราะ
“น้องสี่ นายไม่ไปช่วยเหรอ?” ลิงถาม
เด็กแดงเบะปาก “ช่วยกับผีเถอะ อาจารย์เก่งมากไม่ใช่รึไง? ให้เขาจัดการเองเถอะ หึๆ…” แต่คิดในใจว่า ‘ถ้าไอ้โง่นั่นตีไอ้สารเลวหัวโล้นให้ตายก็ดี จะได้ลดปัญหาลง’
ฟ