พ่อยังอยู่ จะคุยกับพ่อไหมครับ? ช่างเถอะ ไม่ให้แม่หรอก ผมจะคุยกับพ่อ! เป่าเปา[1] ไม่ได้คุยกับพ่อมานานมากแล้ว” เด็กน้อยตื่นเต้นมาก ก่อนกอดโทรศัพท์ไว้ นอนหมอบอยู่ในผ้าห่ม พูดเสียงดังขึ้น
ฟางเจิ้งรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ต้องการให้เขาพูดอะไร แค่เป็นผู้ฟังก็พอ แค่ขานรับตลอด ให้กำลังใจบ้าง เขาก็ดีใจมากแล้ว
ขณะเดียวกันในห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลประชาชนเมืองชุน ผู้หญิงหน้าซีดเซียวคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุน มองเด็กที่กำลังยิ้มด้วยรอยยิ้มเสี้ยวหนึ่ง และยังมีความกังวลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเธอไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่นั่งตรงนั้น มองดูเด็กน้อยเล่าเรื่องที่เคยเล่าให้เธอฟังมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างมีความสุขนิ่งๆ หลายปีมาแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขามีความสุขขนาดนี้
ฟางเจิ้งเริ่มเข้าใจเด็กคนนี้ทีละนิดผ่านคำพูดอีกฝ่าย เด็กคนนี้ป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เขาใช้วิธีไม่ยอมกินยาบีบให้มารดายอมให้เบอร์มือถือของบิดา จากนั้นเขาจะอาศัยจังหวะที่มารดาไม่สังเกตเห็นขโมยมือถือมาโทร น่าเสียดายฟางเจิ้งไม่เคยยอมรับเลย ทำให้เด็กน้อยหดหู่มาก
แต่เขาไม่เคยบ่น กระทั่งไม่ถามฟางเจิ้งว่าทำไมไม่ยอมรับ จะเห็นได้ว่าตัวเขาตื่นเต้นมาก เล่าเรื่องที่บ้าน เล่าเรื่องคนข้างกาย…
“พ่อครับ ผมจะบอกอะไรให้ พวกเราไม่ได้คุยโทรศัพท์กันมาสามปีแล้ว พ่อไม่คิดถึงเป่าเปาเหรอ? แล้วก็เมื่อสามปีก่อนมีคุณอาตำรวจมาที่บ้านเราเยอะมาก…วันนั้นไม่รู้ทำไมแม่ถึงร้องไห้เสียใจมา