“ยังมองอีก?!” เด็กแดงพูดจบก็จะลงมือ
หมาป่าเดียวดายกล่าวเสียงเบาว่า “ขอเตือนอย่างหวังดีนะ ถ้านายทำอะไรไม่คิด อาจารย์จะโกรธมาก ถ้าเขาโกรธก็จะสวดมนต์…”
เด็กแดงตัวสั่นโดยพลัน ถลึงตามองหมาป่าเดียวแวบหนึ่ง ก่อนพูดอย่างเหี้ยมโหด “ไม่ช้าเร็วข้าจะถลกหนังเจ้า เอาไปทำพรมปูพื้น!”
พูดจบก็ไม่สนใจเซี่ยหมิงที่ทำหน้ามึนงงข้างๆ แต่แบกถังน้ำใหญ่ลงเขาไป เซี่ยหมิงขยี้ตา กระทุ้งเสี่ยวเหลยพลางเอ่ยว่า “ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมวะ เด็กนี่อายุกี่ขวบ หกขวบ? เจ็ดขวบ? ไม่อยากเชื่อว่าจะแบกถังน้ำใหญ่ขนาดนี้ได้? แม่เจ้าเว้ย มีพลังเทพโดยกำเนิดเหรอ?”
“ฉันกลัวว่าเขาลงไปตักน้ำแล้วจะเอาขึ้นมาไม่ได้นี่สิ เอาเถอะ รีบไปทำงาน เสร็จงานแล้วพวกเราจะได้กลับไปพักสักระยะ” เสี่ยวเหลยตอบ
เซี่ยหมิงพยักหน้า ยิ้มพูดว่า “แต่ฉันคิดว่าเด็กนี่เหมือนจะไม่ธรรมดามากเลยนะ เออ ในหมู่บ้านมีเด็กน้อยสวมตู้โตวแบบนี้ไหม?”
เสี่ยวเหลยชะงักงัน “เหมือนจะไม่มีนะ เขาออกมาจากวัดเอกดรรชนี หรือว่าในวัดนอกจากหลวงพี่ฟางเจิ้งแล้วยังมีเด็กคนนี้ด้วย แต่ไม่เห็นเคยได้ยินเลย…”
“ช่างเถอะ ไม่ต้องคิดแล้ว รีบไปทำงานกันเถอะ”
สองคนพึมพำกันว่าควรทำอะไรก็ไปทำอย่างนั้น อัตราความเร็วของกลุ่มคนงานสูงขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางภูเขาก็ใกล้จะถึงสุดทางแล้ว ยิ่งถึงช่วงหลังมากเท่าไร ความต้องการของกลุ่มคนงานก็ยิ่งสูงขึ้น ตอนนี้เห็นเหมือนใกล้จะได้เสร็จงาน จึงกลัวว่าจะใช้ลูกเล่นลวงอะไร
คนงานกลาง