กวนผิงมองฟางเจิ้งอีกครั้งพลันตกใจสะดุ้ง! ฟางเจิ้งหายไป แต่แทนที่ด้วยผู้หญิงชุดคลุมขาว ใบหน้าเคร่งขรึมแฝงไว้ด้วยความเมตตา เธอนั่งบนดอกบัว ธรรมจักรสว่างไสวเบื้องหลัง! กวนผิงแทบจะเอ่ยขึ้นโดยจิตใต้สำนึก “พระโพธิสัตว์กวนอิม?!”
แน่นอนว่าตรงหน้าไม่ใช่พระโพธิสัตว์กวนอิม แต่เป็นร่างจำแลงฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พยักหน้าหรือส่ายหน้า แต่หัวเราะเบาๆ “ในมืออาตมามียาเม็ดหนึ่งชื่อว่าลืมสรรพสิ่ง สีกากินมันแล้วจะเมินเฉยต่อเงินทองทั้งหมด เมินต่อชื่อเสียง แน่นอนว่าความยั่วยวนจากเงินทองที่สีกาว่าจะหายไป ไปจากสีกา แต่สีกาต้องเข้าใจว่าถ้าปฏิเสธความยั่วยวนนี้ ทุกอย่างของสีกาจะกลับไปเป็นอดีต เลือกทางไหนดี สีกาเลือกเองเถอะ”
กวนผิงงุนงง ไม่นึกเลยว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมจะมอบเม็ดยาแบบนี้ให้ จึงแอบหยิกต้นขาตัวเอง เจ็บ! ไม่ได้ฝัน! ในเมื่อไม่ใช่ฝัน ทุกอย่างนี่เป็นของจริง พระโพธิสัตว์เป็นของจริง ยานี่ก็ของจริง!
คิดถึงตรงนี้กวนผิงใจเต้นระรัว หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ สายตาจับจ้องเม็ดยาลืมสรรพสิ่ง แววตาวูบวาบไม่แน่นอน เห็นได้ว่ากำลังดิ้นรนอย่างดุเดือดในใจ
เวลาผ่านไปทีละนาที ฟางเจิ้งไม่ได้แสดงท่าทีเร่งรัดอีกฝ่าย แต่รอคอยเงียบๆ
สิบนาที ยี่สิบนาที หนึ่งชั่วโมง…
ทว่าตรงส่วนลึกในใจกวนผิงยังตรึกตรองถึงคำถามข้อหนึ่งตลอด ถ้ากลับไปเมื่อก่อน เธอกลับไปได้หรือ?
ไม่มีบ้านพักตากอากาศ ไม่มีรถ ไม่มีกระเป๋าแบรนด์ดังต่างๆ…ไม