ข้าเข้ามาด้วยการเข้าฝัน มาอยู่กับเจ้าเพื่อรับการถ่ายทอดในครั้งนี้”
ได้ยินคำ มู่หลิงลั่วก็ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
แต่เจียงฉางเชิงกลับพึงพอใจกับท่าทีของนางเป็นอย่างมาก และกล่าวว่า“ไปด้วยกันเถิด หากเจ้าไม่วางใจ ก็รักษาระยะห่างระหว่างกันเอาไว้
การถ่ายทอดวิชานี้จะสร้างความทรงจำหนึ่งให้เจ้า เขาจะสนทนากับเจ้าแต่เขาจะมองไม่เห็นข้าและเจ้าก็ไม่ต้องหวาดกลัวเขาเกินไป
เขาเป็นเพียงภาพเงาของความทรงจำเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีใดสอบถามหรือสัมผัสเขาเขาก็จะตอบเจ้ามาด้วยคำตอบที่กำหนดไว้คงที่แล้ว”
ตอนที่เพิ่งเข้ามาในความฝัน ดวงจิตของเจียงฉางเชิงก็ตรวจสอบแล้วรอบหนึ่ง จึงเข้าใจอีกฝ่ายโดยละเอียดแล้ว
แม้มู่หลิงลั่วจะประหลาดใจแต่ก็ยังเลือกที่จะพยักหน้า นางจึงได้ก้าวออกไปคนทั้งสองเดินไปยังป้ายศิลาพร้อมกัน
มู่หลิงลั่วอดถามไม่ได้ว่า“พี่ฉางเชิงเจ้าคะ หากว่าเป็นท่านจริงๆ ท่านจะเป็นคนจัดการการถ่ายทอดวิชานี้ให้ข้าหรือไม่เจ้าคะ”
นางรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่เจียงฉางเชิงจะมาปรากฏตัวอย่างประจวบเหมาะเช่นนี้ก่อนหน้านี้นางก็เคยได้พบกับอันตรายและโอกาสวาสนามาเช่นเดียวกันแต่เจียงฉางเชิงก็ไม่เคยมาปรากฏตัว
แม้ว่าครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่นที่วิชาจะถูกถ่ายทอดเข้าไปในความทรงจำก็ไม่น่าจะประจวบเหมาะเช่นนี้อยู่ดี
เจียงฉางเชิงกล่าว“ใช่หรือไม่ไม่สำคัญ จงไขว่คว้าเอาไว้ให้ดี โอกาสวาสนาเช่นนี้ไม่ง่ายเลย”
ไม่ง่ายเลยจริงดังว่า!
แม้ว