ขาเอกดรรชนี วัดเอกดรรชนีคะ? หรือว่ายังมีภูเขาเอกดรรชนีที่สองกับวัดเอกดรรชนีที่สอง แล้วก็หลวงพี่ฟางเจิ้งคนที่สอง?”
ฟางเจิ้งชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นส่ายหน้ายิ้มๆ “แน่นอนว่าไม่มี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ผิด ส่วนต่งเยวี่ยหรู…อืม พี่ต่งบอกว่าตอนที่ท่านรักษาให้ฟางอวิ๋นจิ้ง เธออยู่ข้างๆ แบบนี้หลวงพี่ฟางเจิ้งพอจะจำได้ไหมคะ?” กวนผิงถาม
ฟางเจิ้งตะลึงงันไปอีกรอบ ตอนที่รักษาให้ฟางอวิ๋นจิ้งต่งเยวี่ยหรูอยู่ข้างๆ ตอนนั้นข้างกายเขาไม่มีใคร! มีก็หมาตัวเดียว แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้านี่ไม่ใช่แซ่ต่ง…จากนั้นฟางเจิ้งนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
ฉะนั้นฟางเจิ้งจึงเอ่ยว่า “สีการอสักครู่ อาตมาไปถามก่อน”
กวนผิงพยักหน้านิดๆ สื่อว่าเข้าใจ
ฟางเจิ้งไปหลังวัด ควักมือถือออกมาทันที ส่งวีแชตไปหาจ้าวต้าถง หม่าเจวียนและหูหาน ‘พวกโยมรู้จักผู้หญิงที่ชื่อต่งเยวี่ยหรูไหม?’
แต่เวลานี้หม่าเจวียนยังนอนอยู่ ปิดมือถือ หูหานนอนเช่นกัน ส่วนจ้าวต้าถงที่เพิ่งกลับมาจากเมื่อคืนเห็นเข้าพลันตอบกลับ ‘รู้จักครับ เป็นจิตแพทย์ที่เพื่อนเราเชิญมาตอนอวิ๋นจิ้งป่วย ได้ยินว่าเก่งมาก ทำไมเหรอครับ? หลวงพี่ฟางเจิ้งมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?’
ฟางเจิ้งมองแวบแรกก็เป็นอย่างนี้จริงๆ เลยถาม “ไม่มีอะไร แค่ถามดู ประสกไปทำธุระเถอะ”
ฟางเจิ้งเก็บมือถือก่อนกลับไปหน้าวัด กวนผิงกำลังแหงนหน้ามองกระรอกบนต้นโพธิ์
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง ที่นี่ดีจริงๆ ค่ะ เงียบสงบ แถมมีสัตว์น้อยอยู่