เป็นเพื่อน อยู่นี่ฉันรู้สึกสบายตัวขึ้นเยอะ” กวนผิงพูด
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ “บนเขาก็มีดีบนเขา และก็มีความลำบากของมัน อุบาสิกา พวกเรามาคุยเรื่องปัญหาดีกว่า” ฟางเจิ้งร้อนใจเล็กน้อย หมาป่าเดียวดายแบกถังน้ำเบอร์เล็ก จะหวังให้มันเติมน้ำเต็มนาฟ้าคงจะมืดก่อน ถึงผู้หญิงตรงหน้าจะสวย แต่เทียบไม่ได้กับที่ดินทองคำในสายตาเขา นั่นคือลาภปากในอนาคตของเขา!
กวนผิงมองหลวงจีนตรงหน้าแปลกๆ เจ้านี่เป็นผู้ชายรึเปล่า? หรือว่าอยู่กับหญิงงามมันน่าเจ็บปวดหรือไง? ทำไมรู้สึกว่าเขาทำหน้าไม่แยแส รู้สึกอยู่ตลอดว่าอยากจะไล่ให้เธอไป?
กวนผิงเก็บความไม่พอใจในใจไว้ สูดลมหายใจเข้าลึก “พูดตรงนี้สะดวกหรือคะ?”
ฟางเจิ้งมองไปนอกประตู “ถ้าสะดวกที่อุบาสิการหมายถึงคือไม่มีคนฟังล่ะก็ ตรงนี้ได้”
กวนอิงชะงักงันก่อนหัวเราะแห้งๆ สองที “ก็ใช่ค่ะ ถนนถูกปิดแล้ว ใครจะมา”
ดังนั้นสองคนจึงนั่งลง กวนผิงเอ่ย “หลวงพี่ฟางเจิ้ง คืออย่างนี้ค่ะ ฉันกวนผิง ตอนนี้เป็นนักแสดงภาพยนตร์ เกิดในชนบท ชีวิตก็ถือว่าพอได้ แต่เร็วๆ นี้ฉันกลุ้มใจมาก รู้มาว่าพวกพี่สาวน้องสาวใกล้ชิดฉันที่มีค่าตัวการแสดงน้อยกว่าฉัน แต่กลับมีกระเป๋าแบรนด์ดังใช้ไม่ขาดสาย ซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าแบรนด์ดังกันไม่หยุด ต่อมาฉันไปถามถึงรู้ว่าพวกเธอทำเรื่องที่ไม่ควรถึงซื้อมาได้
พวกเธอโน้มน้าวฉัน แต่ว่า…ฉันทำไม่ลงจริงๆ แต่ตอนที่อยู่กับพวกเธอ ฉันดูแตกต่างกับพวกเธอมาก พวกเธอคุยกันเรื่องของฟุ่มเฟือย