เครื่องสำอางตลอด แต่ฉันไม่มีสักอย่าง อยู่กับพวกเธอฉันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ มันทำให้ฉันทุกข์มาก…”
ขณะกำลังพูด มือถือกวนผิงดังขึ้น กวนผิงมองหมายเลขบนหน้าจอก็หน้าเปลี่ยนสี ยืนขึ้น “ขอโทษค่ะ”
กวนผิงเดินเร็วๆ ออกจากวัด รับสายพูดเสียงเบา จากนั้นเสียงเร่งรัดดังแว่วมาจากปลายสาย เหมือนจะรีบร้อนมาก คุยกันสักครู่กวนผิงวางสาย เดินมาอยู่หน้าฟางเจิ้ง เอ่ยด้วยความเกรงใจ “ขอโทษนะคะ ฉันมีเรื่องด่วน ต้องขอตัวก่อน”
“อมิตาพุทธ กลับดีๆ อาตมาจะลงเขาไปตักน้ำเหมือนกัน ไปด้วยกันเถอะ” ฟางเจิ้งพูดจบก็แบกถังน้ำ เดินลงเขาไปพร้อมกับกวนผิง
บนถนน กวนผิงเงียบมาตลอด เดินเร็วมาก ดูรีบร้อนจริงๆ แววตามีประกายวาวเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าในใจเกิดการต่อสู้ดิ้นรนอย่างดุเดือด ชั่วขณะที่ฟางเจิ้งเตรียมไปตักน้ำที่ตาน้ำพุนั้น กวนผิงพลันพูดขึ้น “หลวงพี่คะ ฉันรู้จักคนคนหนึ่ง เขามีเงินเยอะมาก ตามจีบฉันมาตลอด ฉันควรตอบรับเขาไหม?”
ฟางเจิ้งตะลึงงัน ถามเรื่องความรักแบบนี้กับเขา นี่…เขาไม่เคยประสบมาก่อนจะไปชี้แนะให้กวนผิงได้อย่างไร? ฟางเจิ้งประนมสองมือ ยิ้มเจื่อนๆ “อมิตาพุทธ สีกา ถ้าอาตมาเคยมีความรักคงไม่มาอยู่บนเขาหรอก”
กวนผิงหัวเราะแห้งๆ แล้วพยักหน้า “ขอโทษค่ะ รบกวนหลวงพี่ฟางเจิ้งแล้ว”
เอ่ยจบกวนผิงเดินไป ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังกวนผิงพลางส่ายหน้าน้อยๆ เขาเข้าใจความรักก็บ้าแล้ว!
ฟางเจิ้งตักน้ำสองถังแล้วขึ้นเขาไป
กวนผิงลงเขามาก็มีรถมารับเธ