้น ยืนบนบ่าไม่ได้เลยมุดเข้าไปหลบลม จากนั้นมันอุ่น สบาย สงบเลยหลับไป…” กระรอกพูดถึงตอนท้าย เสียงเบาลงเรื่อยๆ มือเล็กจิ้มหน้าอก ดูเขินอายอย่างชัดเจน…
ฟางเจิ้งพูดไม่ออก เจ้าตัวเล็กยังมีหน้ามาเขินอาย แต่ว่ามันเหมาะจะเฝ้าวัดมากกว่า!
เข้าประตูวัด เดินไปหลังลาน เห็นลิงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ กำลังปอกหน่อไม้ ห่างไปไม่ไกลมีจอบวางอยู่ ในตะกร้ามีหน่อไม้ที่ยังไม่ปอกอีกไม่น้อย อีกด้านวางที่ปอกเสร็จแล้ว แต่หน่อไม้พวกนี้เหมือนว่าจะเสียหายนิดๆ…
ตอนนี้เองลิงปอกเสร็จอันหนึ่งแล้วหักมาชิ้นหนึ่งใส่ปาก กินอย่างสุขสบาย ฟางเจิ้งเข้าใจแล้วว่าทำไมหน่อไม้พวกนั้นถึงมารอยหัก
พอได้ยินการเคลื่อนไหว ลิงตกใจสะดุ้ง เห็นว่าพวกฟางเจิ้งมาจึงวิ่งออกไป ถาม “เจ้าอาวาส ช่วยคนแล้วเหรอ? แล้วก็ฉันเตรียมทำมื้อกลางวันให้พวกท่านด้วย ดูผลงานของฉัน!”
ฟางเจิ้งตบหัวลิง “ทำได้ไม่เลว โต๊ะพังยังไม่ได้ซ่อมเลย นายเอาจอบไปคืนเถอะ แล้วแวะยืมค้อนกับตะปูสองสามดอกที่บ้านซุนเฉียนเฉิงด้วย อืม…ช่างเถอะ หลักๆ คือตะปูพอ”
ลิงวิ่งไปโดยไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ไม่เห็นเลยว่าภายในวัดข้างหลัง ข้างประตูใหญ่มีหัวโล้นอยู่ข้างบน หัวหมาป่าอยู่ข้างล่าง หัวกระรอกยื่นออกมาใต้สุด กำลังมองลิงวิ่งหายลับไปพลางแสยะปากยิ้ม
ฟางเจิ้งยิ้ม “เอาล่ะ ไอ้คนที่ไม่ได้ทำงานลงเขาไปแล้ว ตอนนี้เริ่มงานฉลอง กินได้!”
ดังนั้นสามตัวนี้จึงวิ่งไปหลังวัด นำหน่อไม้มาล้างสะอาด กินกันส่งเสียง