่น่าตกใจคือเขาได้กลิ่นหอมข้าวผลึก! จึงวิ่งไปดูที่ห้องครัว เห็นกระรอกยืนสั่งการอยู่บนคาน หมาป่าเดียวดายใช้กรงเล็บยัดฟืนเข้าไปในเตา ลิงมองอยู่ข้างๆ เจ้าสามตัวนี้ร่วมมือกันทำอาหาร!
ฟางเจิ้งเพิ่งนึกออกว่าตอนนั้นเขาตาบอดหลายวัน จึงทำอาหารร่วมกับกระรอกและหมาป่าเดียวดาย เจ้าสองตัวนี้ชินกับขั้นตอนนานแล้ว เพียงแต่มือยังไม่คล่องเท่านั้น แต่พอมีลิงช่วยทุกอย่างจึงราบรื่น
ฟางเจิ้งยิ้ม เปิดฝาหม้อดูก็ตะลึงงัน ทำไมในหม้อใส่น้ำครึ่งหม้อ!
“ลิง ใครบอกให้นายใส่น้ำเท่านี้?” ฟางเจิ้งถามเศร้าๆ
ลิงชี้กระรอก กระรอกปิดหน้า หมุนตัวหันก้นให้ฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งยิ้มเจื่อนๆ “เอาเถอะ วันนี้เตรียมกินโจ๊กแล้วกัน”
พูดจบฟางเจิ้งก็ไปหักหน่อไม้เหล่านั้น ฉีกผักสดที่เหลือจากเมื่อวานโยนรวมเข้าไป สรุปกินไปคำหนึ่งรสชาติก็ไม่เลว! กลิ่นหอมของผักสด ความหอมสดชื่นจากหน่อไม้ ความหวานมันของข้าวผลึกรวมเข้าด้วยกันอร่อยมาก!
จัดการมื้อเย็นเสร็จ ฟางเจิ้งเอาตะปูที่ลิงเอากลับมาเดินไปที่โต๊ะ วางขาโต๊ะตามที่เดิมแล้วเล็งตะปู ยกมือขึ้นตบเข้าไปทีหนึ่ง!
ปัง!
ตะปูจมเข้าไปในไม้ ตอกตะปูอีกสามดอกแล้วลองใช้ดูก็ใช้ได้ ถึงจะโคลงเคลงอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ใช้ได้
เมื่อโจ๊กผักสดชามใหญ่ถูกยกออกมา คนกับสัตว์สามตัวกินกันอย่างมูมมาม
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบๆ วันที่สองฟางเจิ้งหัวเราะ ตามมุมลานวัดมีหน่อไม้สีเขียวมรกตเพิ่มมาอีกหลายต้น มองผ่านหน้าต่างหลังมีป่าไผ่เล็กๆ! ด