วเทา ภาพตรงหน้าพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง!
กลางเขา หลิ่วเทากำลังก้มหน้าวัดอะไรบางอย่าง ตอนนี้เองพลันเกิดเสียงดังโครมเหนือหัว หินก้อนใหญ่ส่งเสียงดังสนั่น ตกใส่หมวกนิรภัยของหลิ่วเทาจนแตก บนศีรษะเป็นสีแดงเลือด เขาล้มลงกับพื้น เป็นตายยังไงไม่ทราบ…
จากนั้นภาพกลับมาเป็นปกติ ฟางเจิ้งตะลึงงัน ไม่นึกว่าผ่านมานานขนาดนี้ มองไปหลายคนมาก วันนี้เจอกับคนที่จะประสบภัยอีกแล้ว แต่ปัญหาคือถึงเขาจะเห็นจุดที่หลิ่วเทาอาจจะเกิดอุบัติเหตุ และด้วยความคุ้นชินต่อภูเขาเอกดรรชนีทำให้มองปราดเดียวก็รู้ว่าคือที่ไหนก็ตาม ทว่าเวลาล่ะ? ฟางเจิ้งพบว่าเขาไม่รู้ช่วงเวลาที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อย่างมากก็รู้ว่าเป็นกลางวันภายในหนึ่งสัปดาห์…แล้วจะช่วยยังไง?
ฟางเจิ้งมองสามคนด้วยความขมขื่นแวบหนึ่ง ก่อนถอนหายใจแล้วหมุนตัวกลับวัดไป
“อาจารย์ เมื่อกี้เณรมองอาจารย์ตลอดเลย” เซี่ยหมิงกล่าว
หลิ่วเทาขมวดคิ้ว “คงไม่เคยเห็นคนงานก่อสร้างล่ะมั้ง ปกตินะ เมื่อก่อนเคยไปซ่อมถนนในถิ่นภูเขาห่างไกล มีคนมามุงดูเลยล่ะ เสี่ยวเหลย ทางนั้นเป็นไงบ้าง?”
“โอเคแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลยครับ” วัยรุ่นคนหนึ่งโบกมือ เขาชื่อว่าเหลยเซี่ยงเจี๋ย
“ไม่มีปัญหาก็ดี ไปเถอะ ลงเขากัน” หลิ่วเทาพูดจบก็เรียกเซี่ยหมิงเตรียมลงเขา
ตอนนี้เองเสียงสวดดังขึ้นข้างหลัง “อมิตาพุทธ ประสกทั้งสาม อาตมาเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี นามทางธรรมฟางเจิ้ง ขอถามหน่อยว่าพวกโยมเตรียมจะ