ฟางเจิ้งงุนงง ไม่นึกเลยว่าถานจวี่กั๋วจะให้เกียรติเขาขนาดนี้ พระธรรมเขาลึกล้ำ? ฟางเจิ้งไม่คิดแบบนั้น มากสุดเขาเพียงตรึกตรองจากมุมมองที่ดีเท่านั้น ทว่าเขาก็ยังเอียงตัวหลีกทางให้ “อมิตาพุทธ อาตมาอ่านคัมภีร์มาไม่กี่ม้วน ไม่มีพระธรรมลึกล้ำอะไร เชิญประสกด้านใน ถ้ามีข้อสงสัยอาตมาจะตอบให้อย่างเต็มที่แล้วกัน”
สื่อต้าจู้พยักหน้าแล้วตามฟางเจิ้งเข้าไปในวัด
เขานั่งลงบนหินใหญ่ที่ทำเป็นม้านั่งใต้ต้นโพธิ์สบายๆ ฟางเจิ้งหยิบชามน้ำออกมาสองชาม สื่อต้าจู้รับไว้ เอ่ยขอบคุณแต่กลับไม่ดื่ม เพียงพูดด้วยความร้อนใจ “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ผมมีลูกชายคนหนึ่ง เด็กคนนี้ฉลาดมาก แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่คิดหาความก้าวหน้า ทุกครั้งที่ให้เขาออกไปเผชิญโลก เป็นตายยังไงก็จะไม่ไป เอาแต่เพาะปลูกอยู่ที่บ้าน ท่านว่าสมัยนี้เพาะปลูกจะมีอนาคตอะไร? ผมบอกเขาหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย แถมยังทะเลาะกับผมอีก โกรธจนหนีออกจากบ้านไปหลายวันถึงกลับมา เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านว่าผมผิดเหรอ? ผมอยากให้เขาได้ดี เขาอายุยังน้อย ออกไปเผชิญโลกบ้างดีกว่าหดหัวอยู่แต่ในหมู่บ้านไหม? เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ท่านว่ามีวิธีให้เขาออกไปไหม?”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร ดื่มน้ำบริสุทธิ์หนึ่งอึกแล้วถึงตอบเนิบๆ “ประสก อาตมาจะเล่าเรื่องให้ฟังดีไหม?”
“หา?” สื่อต้าจู้อึ้งไป เขามาขอให้ช่วยแก้ปัญหา ทำไมกลายเป็นฟังเรื่องราว? แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างมีมารยาท สื่อว่ายอมฟัง
ฟางเจิ้