งถึงเอ่ย “ในสมัยโบราณมีแคว้นหนึ่ง ในแคว้นมีราชครูคนหนึ่ง ราชครูมีฐานะสูงมากในแคว้น แต่อายุมากแล้วอยากจะหาคนมาสืบมรดกต่อ ข้างกายเขาไม่มีใคร มีเพียงคนรับใช้ คนรับใช้ซื่อสัตย์ เคารพราชครูมาก รับใช้อย่างดีทุกคืนวัน ราชครูจึงอยากให้คนรับใช้สืบทอดมรดกต่อจากเขา ดังนั้นคืนหนึ่ง เขาพลันตะโกนเรียกคนรับใช้ว่า ‘พระพุทธองค์?’”
สื่อต้าจู้พูด “ตะโกนเรียกคนรับใช้ว่าพระพุทธองค์? นี่…ใครจะกล้าขานรับล่ะเนี่ย”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “ใช่ คนรับใช้ก็คิดแบบนั้น จึกรีบคุกเข่าลง ส่ายหน้าว่า ‘ข้าเป็นข้ารับใช้ ไม่ใช่พระพุทธองค์ ท่านราชครูเรียกผิดแล้วขอรับ’
ในคืนวันที่สอง ราชครูตะโกนเรียกคนรับใช้อีก ‘พระพุทธองค์?’
คนรับใช้ยังคงคุกเข่า ส่ายหน้าบอกว่าตนไม่ใช่ เป็นอย่างนี้ไปสามวัน ราชครูเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา ‘ศิลาไร้รูต้องมีคนรับหน้าที่ เดือดร้อนไปถึงลูกหลาน ปรารถนาจะให้เป็นหน้าเป็นตาและที่เอ่ยถึงวงศ์ตระกูล จักต้องเดินเท้าเปล่าบนภูเขาดาบ’ ไม่นานราชครูสิ้นชีพลง คนรับใช้ก็ยังเป็นคนรับใช้ ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร”
“หมายความว่ายังไง?” สื่อต้าจู้ไม่เข้าใจ
ฟางเจิ้งมองต้นโพธิ์เหนือหัว “ถึงราชครูจะมีพระธรรมลึกล้ำ แต่อายุมากจิตใจเปล่าเปลี่ยว ใช้วิธีกดหัววัวกินหญ้ากับคนรับใช้ อยากจะให้เขาตรัสรู้ แต่คนรับใช้เป็นเพียงคนรับใช้ ไม่ใช่พระพุทธองค์ จะตรัสรู้ได้อย่างไร?”
สื่อต้าจู้เข้าใจแจ่มแจ้ง “เจ้าอาวาสฟางเจิ้งหมายความว่าผ