วันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า…
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ช่วงกวาดถนนตอนเช้า หลิวไต้เฟินเจอกับพนักงานทำความสะอาดอีกคน อีกฝ่ายเป็นลุงผมขาวดอกเลาเล็กน้อย วันนี้คุณลุงอารมณ์ดี พอเจอหน้าก็ทักทาย “ไต้เฟิน วันนี้น่าจะเงินเดือนออกนี่? ฮ่าๆ…ได้ยินว่าจะได้เพิ่มเงินเดือนแล้ว เพิ่มให้พวกเราตั้งหลายสิบหยวนแหนะ ฉันคำนวณของเดือนนี้แล้วนะ พวกเราได้กันคนละพันแปดร้อยกว่าหยวน จึ๊ๆ…ถ้าประหยัดหน่อย ทุกเดือนจะมีเหลือเก็บหลายร้อยหยวนเลย”
แต่เมื่อคำพูดนี้เข้าถึงหูหลี่เฮ่าเผิงกลับกลายเป็นดั่งฟ้าผ่าในวันฟ้าแจ่มใส! ทำงานลำบากขนาดนี้หนึ่งเดือนได้แค่พันแปดร้อยหยวน? เขาส่งของขวัญให้นักไลฟ์ทีเป็นพันๆ…พอนึกถึงเงินห้าหมื่นหยวนที่ส่งของขวัญไป นึกถึงคำพูดคุณลุงว่าถ้าประหยัดจะมีเหลือเก็บหลายร้อยหยวนทุกเดือน แล้วเงินห้าหมื่นนั่นต้องเก็บนานเท่าไร?
หลี่เฮ่าเผิงไม่ใช่คนโง่ อยู่ประถมหกแล้ว จึงเป็นเรื่องการคูณหาร หนึ่งเดือนเก็บสี่ร้อย หนึ่งปีเก็บสี่พัน ห้าหมื่นหยวน…ต่อให้นับรวมเงินที่หามาได้ก่อนบิดาเสีย เอาแค่หมื่นหยวนที่มารดาเก็บคนเดียวจะต้องเก็บนานเท่าไร? สองปีกว่า! แต่ตอนที่เขาใช้จ่ายใช้เวลาเท่าไร ไม่กี่นาที!
วินาทีนั้นหลี่เฮ่าเผิงรู้สึกสมองส่งเสียงดังวิ้ง ในใจปั่นป่วนไปหมด สายตามองมารดาที่ยังคงกวาดถนนแล้วนึกถึงตัวเอง…
น้ำตาไหลเป็นดั่งสายฝนโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้เลยว่าตนควบคุมร่างกายตัวเองได้แล้ว เขาเดินเหม่อลอยจนมาอยู่ตรงหน้าหล