ูดเก่ง พูดสั้นๆ แต่รวบรัดทำให้เหมือนว่าถ้าหลิวไต้เฟินไม่รับเงินจะเป็นการทำร้ายจูหลิน หลิวไต้เฟินจึงได้แต่รับไว้ด้วยความจำใจ แต่เธอเข้าใจว่าเด็กสาวตรงหน้าเป็นคนดีเลยขอบคุณไม่หยุด
จูหลินเดินไปไกลมากแล้วถึงหันกลับมามอง หลิวไต้เฟินยังยืนอยู่ตรงนั้นแถมโบกมือให้เธอ
วันนี้ไลฟ์สดของจูหลินมีอยู่คำพูดหนึ่ง ‘ฉันรู้แล้วว่าเป็นคนดีมันรู้สึกฟินกว่าหาแฟนอีก! แม้ว่าฉันจะไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็เถอะ…’
ฟางเจิ้งได้รับข่าวจากจูหลินจึงยิ้มอย่างพอใจ
“ยินดีด้วย ทำความดีอีกเรื่องแล้ว” ระบบกล่าว
ฟางเจิ้ง “แสดงความยินดีแต่ไม่มีรางวัลให้เป็นพวกขี้โกงนะ”
ระบบ “@#¥%…”
เมื่อชื่อเสียงวัดเอกดรรชนีเพิ่มมากขึ้น ญาติโยมที่มาจุดธูปวัดเอกดรรชนีจึงมากขึ้นเรื่อยๆ ฟางเจิ้งรับเงินจุดธูปมากขึ้นทุกวัน ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ทุกคนที่บริจาคแค่หยวนสองหยวน
ตกกลางคืน ฟางเจิ้งมองเงินบนเตียงพลางยิ้มหยีตาเป็นจันทร์เสี้ยว
“มันน่ามองเหรอ?” ระบบถาม
ฟางเจิ้งพยักหน้า “น่ามอง”
“มองพอรึยัง?” ระบบถาม
“ยัง” ฟางเจิ้งตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็มองอีกเดี๋ยวละกัน ถึงยังไงก็จะอยู่กับนายแค่ชั่วคราว” ระบบว่า
ฟางเจิ้งพลันหน้าทะมึนทึบ “ระบบ ตอนที่ไม่ได้เรียก นายช่วยอยู่เงียบๆ หน่อยได้ไหม? พูดแบบนี้ ถ้าไปอยู่ข้างนอกระวังจะโดนต่อยเอา”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นนายต่อยฉันสิ” ระบบพูด
ฟางเจิ้งแหงนหน้ามองฟ้า “ต้องมีสักวันที่ฉันต่อยนาย!”
พูดจบฟางเจิ้งก็เก็บเงินกองใหญ่ทั้งหนึ่งหยวน ห