ฟางเจิ้งยิ้มเฝื่อนในใจ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง เหมือนว่าหลังจากเขามีชื่อเสียงเล็กน้อยบนโลกอินเทอร์เน็ตก็มีคนมาขอถ่ายรูปรวมแบบนี้โดยเฉพาะ ตามมาด้วยญาติโยมที่มาจุดธูปเริ่มเยอะขึ้น ฟางเจิ้งมักจะรู้สึกว่าอุบาสิกาเหล่านี้ไม่ได้มาไหว้พระขอพร แต่มาหยอกเย้า! ถ้าเขาเป็นคนธรรมดาคงยอมถูกหยอก แต่ว่า…เขาเป็นนักบวช! เป็นนักบวชที่อาจจะเกิดความคิดไม่ดีได้ตลอดเวลาแล้วจะถูกฟ้าผ่า! ความรู้สึกนี้ไม่ดีเอามากๆ ไม่ดีสุดๆ!
จะปฏิเสธ? ฟางเจิ้งก็หาเหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้จริงๆ ภายใต้สถานการณ์ปกติ ขอเพียงไม่ถ่ายรูปพระพุทธรูปในวัด ที่เหลือก็ไม่ได้เคร่งครัดมากนัก ต่อให้ถ่ายพระพุทธรูปก็ใช่ว่าจะไม่ได้ เพียงแต่ว่าตอนถ่ายจะต้องถ่ายทั้งหมด ห้ามถ่ายภาพแบบครึ่งหัวอะไรพวกนี้
แน่นอนคนส่วนใหญ่ไม่สนใจการถ่ายพระพุทธรูป ถ่ายแล้วเอาไปทำอะไร? เอากลับไปบูชา? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่บูชาก็ใช้กล่องทับ นี่เท่ากับไม่เคารพพระพุทธรึเปล่า
และยังมีคนบอกว่าในวัดมีวิญญาณเยอะ พวกนี้มาฟังธรรมกินแสงธูปที่วัด ถ่ายภาพจะติดสิ่งลี้ลับที่พวกเขาตามหาได้ง่าย แต่ฟางเจิ้งก็ได้แต่ยิ้มกับเรื่องนี้
สรุปถ้าถ่ายพระพุทธรูป ฟางเจิ้งก็พอมีเหตุผลปฏิเสธ จะให้ตบคน?
แชะ!
“ขอบคุณค่ะเจ้าอาวาส!” เด็กสาวสองคนวิ่งไปอย่างร่าเริง
ฟางเจิ้งมองเงาแผ่นหลังเด็กสาวสองคนพลางอดถอนหายใจไม่ได้ “อาตมาควรเก็บเงินไหมเนี่ย? อาจจะร่ำรวยก็ได้…”
ตอนนี้เองเสียงคุ้น