างเจิ้งขมวดคิ้ว “อุบาสิกา อาตมาฟางเจิ้งเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี โดนของที่สีกาว่าหมายความว่ายังไง? ในมุมมองอาตมาเด็กคนนี้น่าจะทำความผิดครั้งใหญ่มา แต่น่าจะไม่เกี่ยวกับโดนของ?”
พอได้ยินฟางเจิ้งบอกว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี ผู้หญิงอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด เธอได้ยินคนเล่าว่าบนเขาเอกดรรชนีมีวัดศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งเลยพาลูกมา อีกทั้งยังไม่คุ้นชินกับที่นี่มากนักจริงๆ ไม่นึกเลยว่าเจ้าอาวาสจะเป็นเณรอายุน้อยแบบนี้! หลวงจีนวัยรุ่นแบบนี้จะรู้อย่างแตกฉานในพระธรรมได้หรือ? จะแก้ปัญญาของเธอได้?
แม้จะเกิดคำถามในใจ แต่เธอก็แทบไม่หวังอะไรกับฟางเจิ้งแล้ว คิดในใจว่า ‘อาจจมาผิดที่หรือไม่ก็ถูกหลอก’ แต่ก็ยังพูดอย่างมีความหวังอันน้อยนิด “ปกติเด็กคนนี้เชื่อฟังมากค่ะ แต่ไม่รู้เมื่อไรเริ่มติดดูไลฟ์สด แถมยังแอบเอามือถือฉันไปส่งของขวัญให้ในไลฟ์ จะให้สามหยวนห้าหยวนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ…แต่นี่…” พูดถึงตรงนี้ เธอแทบจะน้ำตาไหล ดวงตาสองข้างแดงเรื่อ ด้วยความโกรธจึงตบหน้าเด็กชายไปสองที
เด็กชายพูดด้วยความไม่ยอม “ก็แค่เงินนิดหน่อยไม่ใช่เหรอ? จะอะไรนักหนา?!”
ผู้หญิงแทบจะกระโดดลอยตัว ก่อนพูดด้วยความหวังจะให้ลูกเป็นเด็กดี “เจ้าอาวาสดูสิคะ ดูแววตาเขาดุร้ายมาก ถ้าไม่โดนของแล้วจะเรียกว่าอะไร? ถ้าไม่โดนของแล้วเด็กบ้านไหนจะเอาเงินน้ำพักน้ำแรงของพ่อแม่ไปให้คนอื่น? ให้ไปทีหลายหมื่น?!”
ฟางเจิ้งเห็นเด็กชายดื้อรั้นไม่ยอมแบบนี้ก็คิดว่าคงจะใ