ด ถ้ายังไม่เข้าใจอีก อาตมาก็จะไม่ช่วยอีก”
ลิงได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าเอ่ยเหมือนขบคิดบางอย่าง “ฉันเข้าใจบ้างแล้วล่ะ พูดได้ว่าเจอก็ช่วย ช่วยได้ก็ช่วย ถ้าทำสุดความสามารถแล้วยังแอบไปฆ่าตัวตายอีก พวกเราก็ช่วยไม่ได้แล้วถูกไหม?”
ฟางเจิ้งพยักหน้าอย่างพอใจ “เป็นอย่างนั้นเลย”
เห็นคนจะตายไม่ช่วยเลยเป็นไปไม่ได้ แต่พยายามสุดความสามารถแล้วก็ยังเกิดผลร้ายๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ไป
ลิงไปกวาดพื้นต่อ ตรึกตรองถึงปัญหา
ฟางเจิ้งนั่งในกุฏิ ศึกษาเวทหัตถ์เทพนพเก้ารวมถึงมุทราราชสีห์ใน
เมื่อชื่อเสียงโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ สภาพอากาศดีขึ้นทุกที ฟางเจิ้งพบว่าญาติโยมที่มาวัดเอกดรรชนีเยอะขึ้น ตอนแรกสุดช่วงหลายเดือนไม่มีใคร ต่อมามีคนมาทุกวัน ตอนนี้ต้องรับญาติโยมสิบยี่สิบคนต่อวันแล้ว อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมาไหว้พระจากอำเภอเมืองซงอู่
เห็นแสงธูปสว่างไสวขึ้นทุกวัน ฟางเจิ้งย่อมดีใจ มีอย่างเดียวที่ไม่ปลื้มคือคนที่มาในช่วงสองวันนี้ผิดปกติไปเล็กน้อย…
“ไต้ซือคะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ?” เด็กสาวสองคนวิ่งเข้ามา ถามด้วยความกระดากอายเล็กน้อย
…………………………………………………
[1]เก่อหง ชื่อจริงจื้อชวน ฉายาเป้าผู่จื่อ หรืออีกฉายาคือเก่อเซียนเวิง เป็นนักปราชญ์สายการแพทย์ในสมัยราชวงศ์จิ้น
[2]นอลากินซี พันเคลาเย ซอผ่อฮอ มอพอลี เซงกิดลาเย ซอผ่อฮอ มาจากบทมหากรุณาธารณี (บทสวดบูชากวนอิมพันมือ) บทนี้แปลความได้ว่า เป็นที่รักของผู้เจริญ เป็นที่รักของพร