าสองเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกันทันที ชื่อเสียงวัดเอกดรรชนีเลยเริ่มโด่งดังออกไปทีละน้อย…
“ติ๊ง! ยินดีด้วย ผลงานของเจ้าลิงได้รับการยอมรับจากทุกคน ชื่อเสียงวัดเอกดรรชนีกำลังกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่ายังขาดอีกนิดหน่อยภารกิจถึงจะสำเร็จ ฉันขอเตือนนายว่าต้องเร่งมือแล้ว…” ระบบกล่าว
ฟางเจิ้งที่เพิ่งกลับมาถึงกุฏิชะงัก ไม่นึกเลยว่าระบบจะมาแจ้งเอาตอนนี้ น่าเสียดายที่ไม่ได้แจ้งว่าสำเร็จภารกิจ แต่พอได้ยินว่าลิงทำตัวโดดเด่นแบบนี้ เขาก็จดจำความดีความชอบของมันไว้แล้ว ลูบหัวลิงพลางเอ่ย “วันนี้ทำได้ดีมาก กลับไปจะเพิ่มข้าวให้ ถ้านายไม่อยากกวาดพื้นแล้วก็ได้นะ”
แต่สิ่งที่ฟางเจิ้งแปลกใจคือ เจ้าลิงส่ายหน้า “เจ้าอาวาส ฉันว่าถ้าเป็นไปได้ให้ฉันกวาดพื้นต่อไปเถอะ แล้วเปลี่ยนรางวัลนั่นเป็นเพิ่มข้าวแทนได้ไหม?”
ฟางเจิ้งอับจนคำพูด
เขาถามด้วยความไม่เข้าใจ “นายติดใจการกวาดพื้นหรือไง?”
“ไม่ใช่ คือฉันรู้สึกว่านายสวดมนต์ในอุโบสถ ฉันกวาดใบไม้ข้างนอก ตอนนั้นจิตใจจะสงบเป็นพิเศษ สบายมากขึ้น ฉันชอบความรู้สึกอย่างนั้น” ลิงตอบด้วยมาดขรึม
ฟางเจิ้งพยักหน้า ปลงอนิจจังในใจ ลิงนี่มีสติปัญญาจริงๆ ด้วย
เมื่อเป็นอย่างนั้น ฟางเจิ้งจึงใจกว้าง “ได้สิ นายกวาดพื้นต่อไป อนุญาตให้เพิ่มข้าวได้ เพิ่มเยอะๆ เลย”
เจ้าลิงกระโดดตีลังกาอยู่กับที่อย่างมีความสุข หัวเราะดังเคี๊ยกๆ
ตกกลางคืน ฟางเจิ้งหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาบันทึกสิ่งที่เห็นทั้งหมดในวันนี้