็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดอีก
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด การบริการแย่มาก ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีที่ให้ฟ้องร้อง เขาจะต้องไปฟ้องร้องแน่ๆ!
ในเมื่อใช้เนตรสวรรค์ไม่ได้ ก็ลองใช้เนตรปัญญาดู! ฟางเจิ้งคิดได้ดังนั้นจึงเปิดใช้งานทันใด!
เมื่อเปิดเนตรปัญญา ฟางเจิ้งพลันยิ้มร่า! เขาเห็นว่าบนหัวสองคนนี้มีดอกบัวบุญกุศลสีทอง แม้ดอกบัวจะไม่ใหญ่ ภาพก็ดูเป็นมายามาก แต่นั่นคือดอกบัวจริงๆ พูดให้ชัดคือเป็นดอกบัวตูม! วินาทีที่ฟางเจิ้งมองไปนั้น ดอกบัวผลิบานออก แต่บานแค่กลีบเดียวเท่านั้น กลีบบัวชี้ไปยังชายวัยกลางคนที่อยู่ห่างจากสองคนนี้ในวัดผาแดงไกลมาก ชายคนนี้หน้าตาอัปลักษณ์ สวมเสื้อผ้าตามอำเภอใจมาก สะพายกระเป๋าพาดนั่งอยู่ตรงนั้น ท่าทีสงบนิ่ง เหมือนกำลังรอให้ทุกคนไหว้พระเสร็จก่อนถึงเข้าไปไหว้พระ ไม่มีท่าทีรีบร้อนแม้แต่น้อย
เมื่อสองคนนี้ขยับ ดอกบัวจะหมุนตาม กลีบที่บานยังคงชี้ไปยังคนคนนั้น ขณะเดียวกัน ฟางเจิ้งเห็นว่าใต้ดอกบัวมีแรงกรรมรวมตัวกันคล้ายๆ เปลวเพลิงกลุ่มหนึ่ง เพียงแต่ว่าเปลวเพลิงกลับชี้ไปอีกทาง แถมยังล่องลอยไม่มั่นคง ไปทางนี้ทีทางโน้นที เห็นได้ว่ามันไม่รู้จะชี้อะไร รู้สึกว่ามันจะโผล่มาเพื่อรบกวนการแอบมองของฟางเจิ้ง เขาตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนดูแล้วก็เข้าใจหลักการในนั้น
เป็นอย่างที่ระบบว่าไว้ก่อนหน้านี้ โลกมนุษย์คือนรก คืออ่างย้อมผ้าใบใหญ่ คนที่นี่ไม่มากก็น้อยล้วนแปดเปื้อนแรงกรรม คนดีก็มีแรงกรรมเช่นกัน เพียงแต่แรงกรรมน้อ