ยมาก แทบจะมองไม่เห็น พวกมันน่าจะไม่อาจโคจรรอบตัวคนดีหรือทำให้เกิดโชคร้ายได้ ทว่าพวกมันส่งผลถึงฟางเจิ้งคนที่อยากจะช่วยคนดีได้ ดังนั้นจึงเกิดความเป็นไปได้มากมาย แต่ก็เป็นอนาคตที่มีความเป็นไปได้ต่ำมาก เขาจึงเห็นไม่ชัดเจน
แต่ภายใต้เนตรปัญญา ลูกไม้จิ๊บจ๊อยแค่นี้น่าหัวเราะจริงๆ
ส่วนดอกบัวนั้นน่าจะเป็นทิศทางที่ชี้ไปยังโชคดี ยิ่งบุญกุศลสูง ดอกบัวยิ่งสมจริงเท่านั้น ยิ่งแสงทองสว่างไสว กลีบบัวบานมากขึ้น ดวงดีที่ชี้นำไปก็น่าจะมากขึ้น! เช่นนั้นเมื่อฟางเจิ้งชี้นำให้ อีกฝ่ายจะยิ่งได้ประโยชน์มากกว่าเดิม!
คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งยิ้มแป้น เดินหน้าไปหาสองคนนั้น เจ้าลิงจะตามไป แต่ฟางเจิ้งส่ายหน้าบอก “เจ้าลิง ภารกิจนายในวันนี้คือเดินในฝูงชน สัมผัสมนุษย์ให้มากๆ อย่ามองตัวเองเป็นลิง ให้มองว่าเป็นคน สัมผัสความรู้สึกของคนสักพัก นายเป็นนักบวชวัดเอกดรรชนี ทุกการกระทำของนายไม่ได้หมายถึงตัวนาย แต่เป็นวัดเอกดรรชนี เข้าใจไหม?”
ลิงเกาหัวเหมือนจะเข้าใจ จากนั้นประนมสองมือ “อาตมารู้แล้ว”
ฟางเจิ้งยิ้มพอใจ จากนั้นเดินตรงไปทางสองพี่น้องหงเชียนสี่กับหงเชียนเจี๋ยราวกับดาวตก
ส่วนสองพี่น้องกำลังต่อแถวรอจุดธูป หงเชียนเจี๋ยมองซ้ายแลขวา พลันเห็นฟางเจิ้งเดินเข้ามาจึงตกใจจนตัวสั่น ดึงหงเชียนสี่พลางว่า “พี่ พี่ผีพรายมา”
หงเชียนสี่มองฟางเจิ้ง เห็นว่ามีเงาจึงถอนหายใจโล่งอกทันที “ไม่ใช่ผี คน เขามีเงา”
หงเชียนเจี๋ยโล่งอกตามไป ยิ้มเจื่