อนๆ เอ่ยว่า “ผมว่าพวกเราหลอนกันไปหมดแล้วมั้งเนี่ย?”
หงเชียนสี่กำลังจะพูดอีก แต่หลวงจีนนั่นเดินมาอยู่ตรงหน้าสองคน ประนมสองมือสวดบทหนึ่ง “อมิตาพุทธ สวัสดีโยมทั้งสอง”
“หลวงพี่มีอะไรเหรอครับ?” หงเชียนสี่มองฟางเจิ้งด้วยความระแวง คนออกจะเยอะแยะ หลวงจีนนี่ไม่ไปหาคนอื่น แต่มาหาพวกเขาสองคนโดยเฉพาะ ทำให้รู้สึกแปลกๆ ที่สำคัญคือนักบวชวัดผาแดงสวมจีวรเทา แต่หลวงจีนตรงหน้ากลับสวมสีขาว มองยังไงก็ดูแตกต่าง ดูพึ่งพาไม่ได้ ทว่าพอมองหน้าฟางเจิ้ง เห็นความอบอุ่น เจิดจรัส และดวงตาใสดั่งบึงน้ำแล้ว จิตใจที่ระแวงกลับพลันผ่อนคลายลง
ฟางเจิ้งยิ้มบางๆ “ประสกสองท่าน เร็วๆ นี้ได้ช่วยคนไว้ไหม?”
ทั้งสองคนพยักหน้าตามจิตใต้สำนึก ข่าวนี้กระจายออกไปนานแล้ว ตอนที่พวกเขาค้างแรมใต้ภูเขายังมีคนจำได้ไม่น้อย เถ้าแก่โรงแรมให้กินให้พักฟรีไม่ว่า คนในหมู่บ้านกลุ่มใหญ่ยังเวียนกันเข้ามาเชิญพวกเขาไปกินข้าว สองคนนี้ได้รับความเอาใจใส่มากเกินไปจนรู้สึกแปลกใจ เป็นครั้งแรกที่พบว่าการเป็นคนดีเป็นฮีโร่มันสุขใจขนาดนี้! เหมือนกับดารา แต่กลับภาคภูมิใจยิ่งกว่าดารา เพราะคนเหล่านั้นชื่นชอบและนับถือพวกเขาจริง ทำให้สองคนนี้คิดว่าตนเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ ไปแล้ว