พูดจบหงเชียนสี่ก็มุดหัวลงไปในน้ำ ใช้สองมือดันขาหงเชียนเจี๋ยกับผู้หญิงคนนั้น ส่วนตัวเองมุดลงไปอยู่กลางหญ้าใต้น้ำ น้ำริมฝั่งไม่ลึกมาก อยู่ที่ประมาณสองเมตร หงเชียนสี่เหยียบหินแตกข้างล่างไว้ และออกแรงดันหงเชียนเจี๋ย ทว่ากระแสน้ำวนทำให้เขายืนไม่นิ่ง แรงกดดันเยอะมาก อากาศในปากใกล้จะหมดลง ดีที่น้ำวนมาแล้วครู่เดียวก็หายไป ไม่อย่างนั้นไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าสองคนก็ยังถูกหญ้าใต้น้ำพันไว้ ถ้าไม่มีคนช่วยเกรงว่าคงจะเคราะห์ร้ายมากกว่าดี
หงเชียนเจี๋ยข้างบนรู้สึกว่าสองขามีคนดันขึ้นมา น้ำตาพลันไหลพราก ตะโกนเสียงดังว่า “พี่ ขึ้นมา ขึ้นมา!”
ด้านบนสะพาน ทุกคนเห็นดังนั้นก็ร้อนใจเหมือนกัน
คนที่ว่ายน้ำเป็นคิดจะลงน้ำ แต่คนอื่นห้ามเอาไว้ ลงน้ำตอนนี้ ลงไปเท่าไรก็ตายเท่านั้น ไปไม่กลับแน่ๆ
ไกลออกไปมีคนหาเชือกเจอแล้ว จึงวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
หวังโอ้วกุ้ยเห็นแบบนี้จึงหมุนตัวกลับขึ้นรถจักรยานยนต์ แต่กลับพบว่าฟางเจิ้งหายไปแล้ว! เหลือแค่ลิงที่ปีนดูอยู่บนสะพาน
หวังโอ้วกุ้ยไม่สนใจ ฟางเจิ้งตัวใหญ่ขนาดนั้นน่าจะไม่เป็นอะไร เลยขี่จักรยานยนต์ไปทางคนที่ถือเชือกวิ่งมาเพื่อแข่งกับเวลา คราวนี้ทุกคนได้แต่ทำกันอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ส่วนผลที่ได้…
ใต้น้ำ น้ำวนรอบแรกผ่านไปแล้ว แต่ก็เกิดน้ำวนที่สองอีก ครั้งนี้น้ำวนใหญ่กว่าเดิม รุนแรงกว่าเดิม!
หงเชียนสี่ยันไว้ไม่ไหวแล้ว ลมหายใจไม่พอ ขาก็เลื่อนลอยยืนไม่