ยงแค่สวดมนต์เป็นกิจวัตรและบูชาคนเดียวเท่านั้น
ช่วยไม่ได้ แม้ฝืนจัดต่อไป ระบบก็ยังสนับสนุนได้ แต่ฟางเจิ้งไม่มีประสบการณ์ด้านจัดงานพิธี ถ้าจัดตามอำเภอใจก็อาจมีปัญญาได้ จะเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มอีกรึเปล่า? อีกอย่างพิธีเป็นเพียงช่องทางการส่งเสริมพระธรรมอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ช่องทางเดียว
หลังจากพระโพธิสัตว์กวนอิมประสูติจะเป็นวันประสูติของพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ ฟางเจิ้งไม่ได้บูชาจึงไม่ต้องทำอะไรมาก แค่สวดมนต์บูชาพระโพธิสัตว์ในใจเท่านั้น
เวลาผ่านไปทีละวัน วันประสูติของพระโพธิสัตว์อีกองค์ก็มาถึง ในที่สุดฟางเจิ้งเกิดความคิดนิดๆ ว่าจะจัดพิธีดีหรือไม่ แต่ว่าการจัดพิธีควรจะเตรียมอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้างล่ะ? เขาพลันพบว่าแม้จะเคยร่วมพิธีใหญ่ของวัดเมฆาขาวมา แต่ด้วยความที่พิธีใหญ่เกินไปจึงไม่ได้เข้าร่วมขั้นตอนทั้งหมด สิ่งที่ได้เรียนรู้มาน้อยนิดจนน่าสงสาร ตอนนี้พอจะจัดเอง ดวงตาสองข้างก็มืดหม่น ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลย
ตอนนี้เอง มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแว่วมาจากนอกวัด ฟางเจิ้งเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนรู้จัก นั่นคือหูทั่นพนักงานส่งพัสดุด่วนตลอดทาง หูทั่นวิ่งหอบหายใจเข้ามา ยังไม่ทันหยุดก็ควักพัสดุออกมาพลางเอ่ยว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง พัสดุของท่านนะ ผมจะวางไว้นี่ ท่านมาดูนะครับ ผมมีเรื่องด่วนต้องขอตัวก่อน…” วางบัตรเชิญแล้วหูทั่นก็วิ่งออกไปอย่างว่องไว
ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นพลันร้อนใจ “ถ้าของข้างในเสียหายจะทำยังไง ประสกจะไปอ