ายใจโล่งอกตามไปด้วย
เห็นดังนั้นฟางเจิ้งแอบพยักหน้า พูดไปว่า “หลวงตาหนึ่งนิ้ว ลิงตัวนี้ฉลาด เดินทางนับพันลี้มาขอให้พระโพธิสัตว์ปกปัก มีใจใฝ่ในพุทธศาสนา เพียงแต่แก้นิสัยยาก แต่อาตมาเชื่อว่าถ้าให้เวลามัน มันจะกลายเป็นนักบวชที่ได้มาตรฐานเลย”
หลังไหว้กันเสร็จแล้ว ฟางเจิ้งถึงหยิบผลไม้มาวางไว้หน้าหลุมศพ “นี่คือของบิณฑบาตที่ได้มาจากตีนเขา เป็นน้ำใจของอาตมา และก็เป็นน้ำใจของชาวบ้าน หลวงตาหนึ่งนิ้วต้องลองนะ รสชาติน่าจะไม่เลว”
ต่อมาฟางเจิ้งหยิบกระดาษเงินกระดาษทองออกมา พูดกับเจ้าสามตัวว่า “ฉีกพวกมันออกทีละใบ จำไว้ ห้ามทำเสียหายเด็ดขาด ถ้าเสียจะใช้จ่ายไม่ได้”
หมาป่าเดียวดายจนใจอีกครั้ง มันทำไม่ได้จริงๆ จะใช้เล็บก็ไม่ได้…
ฟางเจิ้งก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้มัน แต่ให้มันมองอยู่ข้างๆ
ฟางเจิ้ง กระรอก กับลิงฉีกกระดาษเงินกระดาษทองออก วางไว้ทีละแผ่น จากนั้นฟางเจิ้งจุดไฟ คุกเข่าลงพร้อมกับสวดไม่หยุดว่า “อมิตาพุทธ” ในใจนึกถึงความดีที่หลวงตาหนึ่งนิ้วมีต่อเขา นี่คือความคิดถึงอย่างหนึ่ง และก็เป็นวิธีการเซ่นไหว้ของเขา
ไฟติดแล้ว แต่กระดาษเงินกระดาษทองมากไปหน่อย ดูท่าแล้วคงไหม้ไม่หมดในเร็วๆ นี้ แต่ฟางเจิ้งไม่รีบ เขาคุกเข่ามองอยู่อย่างนั้น
ทว่าเจ้าลิงร้อนใจนิดๆ แล้ว หยิบท่อนไม้มาจะเขี่ยกองไฟ ให้ไฟไหม้เร็วกว่าเดิม
ฟางเจิ้งตวัดสายตามองไปอย่างเฉียบขาด ทำเอาเจ้าลิงตกใจจนรีบโยนไม้ทิ้งไป ฟางเจิ้งกล่าวว่า “หนึ่งปีมาเซ่น