หายดี แต่เจ้าลิงคือโศกนาฏกรรมที่เขาไม่รู้ไม่ชี้ด้วย เพียงแต่ดูท่าแล้วน่าจะยังมีอีกตัวหนึ่งเจอโศกนาฏกรรมเช่นกัน
ฟางเจิ้งไม่พูดอะไร แต่ดูละครต่อ กินข้าวผลึกอย่างมีความสุขพลางมองเจ้าสองตัวที่น้ำตานองหน้าแต่ยังยืนหยัดแสดงต่ออย่างขมขื่น
กระรอกกลับมาแล้ว เจ้าอ้วนใสซื่อปีนขึ้นมาบนโต๊ะ เห็นลิงยื่นมือป้องชามผูกงอิง ในปากเคี้ยวอะไรคำใหญ่อยู่ แถมยังมีใบผักติดอยู่ตรงมุมปากสื่อว่ามันกินอันนี้! ดูจากสีหน้ามัวเมาแล้วเหมือนจะอร่อยมากทีเดียว มันมองหมาป่าเดียวดายก็เห็นว่ามีสีหน้าเหมือนกัน แต่ทำไมเจ้านี่ถึงร้องไห้ อร่อยจนร้องไห้เลยเหรอ?
เจ้าอ้วนอยากรู้อยากเห็นกว่าเดิม มันยื่นกรงเล็บจะไปแย่งชามมา แต่ลิงตัวสูงยาวยกชามหนีไป
กระรอกไม่ไหวแล้ว มันรัวหมัดไปมาพลางร้องจี๊ดๆ ราวกับกำลังประท้วง ลิงไม่สนใจ กระรอกจึงได้แต่ไปฟ้องฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งกล่าว “อมิตาพุทธ เจ้าลิง อย่ารังแกกระรอกสิ วางลง!”
เจ้าลิงถึงวางชามลงด้วยความขัดใจ กระรอกพลันถูสองมือวิ่งเข้าไป แต่มีตะเกียบคู่หนึ่งขวางหน้ามันไว้ ฟางเจิ้งพูดจากใจจริงว่า “สหายน้อย จำคำพูดที่อาตมาพูดด้วยตอนที่นายกินข้าวครั้งแรกได้ไหม? ห้ามสิ้นเปลือง เอาไปเท่าไรก็กินเท่านั้น ถ้าสิ้นเปลืองจะลดข้าวลงหนึ่งวัน”
เจ้าตัวน้อยร้อนใจจะแย่แล้ว เห็นลิงกับหมาป่าเดียวดายกินกันสำราญขนาดนั้นเลยคิดแต่จะรีบกิน จึงพยักหน้ารัวๆ สื่อว่าเข้าใจแล้ว
ฟางเจิ้งถึงได้เก็บตะเกียบไป เจ้านี่ตัวไม่ใหญ่ แ