งตากลับชัดเจนยิ่ง กำลังจ้องมองหวงเกาหลันด้วยความเคียดแค้น ฟางเจิ้งรู้ว่านั่นไม่ใช่ผี ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นรูปลักษณ์อย่างหนึ่งที่แรงกรรมสะท้อนออกมาภายใต้เนตรปัญญา
“หนึ่งชีวิตคน” ฟางเจิ้งเอ่ยเรียบๆ
สิ้นเสียง หวงเกาหลันคุกเข่าลงกับพื้น ยืนไม่ขึ้นอีก ตอนแรกคิดว่าฟางเจิ้งพูดไปอย่างนั้น ไม่นึกเลยว่าเรื่องที่มีแค่เธอที่รู้จะถูกเปิดเผย หวงเกาหลันร้องขึ้น “ฉันไม่ได้ตั้งใจ…ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ วันนั้นเธอตกลงไปในอ่างเก็บน้ำเอง”
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นจึงถอนหายใจ “หวงเกาหลัน สีกาพูดกับอาตมาไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าอยากอธิบายจริงๆ ก็ไปพูดกับพระโพธิสัตว์ในอุโบสถเถอะ”
หวงเกาหลันกล่าว “ฟางเจิ้ง จะไม่แจ้งตำรวจมาจับฉันใช่ไหม?”
ฟางเจิ้งไม่พูดอะไร สวรรค์มีความยุติธรรม โลกมีกฎหมาย เขาตัดสินความถูกผิดของคนคนหนึ่งได้ แต่จะลงโทษอย่างไรนั้น ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ เขาจะไม่ยุ่ง สวรรค์ลงทัณฑ์แล้ว หวงเกาหลันไม่มีลูก แต่แค่นี้ยังไม่พอ…
ฟางเจิ้งเข้าอุโบสถ นั่งลงหน้ามู่อวี๋ ประนมสองมือสวดบทหนึ่ง ก่อนเคาะมู่อวี๋ไปเงียบๆ
หวงเกาหลันฟังเสียงมู่อวี๋แล้วใจสั่น แหงนหน้ามองรูปปั้นพระโพธิสัตว์ในอุโบสถพลางถอนหายใจ เธอลุกขึ้นเข้ามาคุกเข่าบนเบาะนั่งทรงกลม พูดอะไรเงียบๆ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นวูบผ่านในความคิด…
ฟางเจิ้งขยับความคิด สิ่งที่หวงเกาหลันคิดในใจปรากฏตรงหน้าเขาเช่นกัน
เมื่อยี่สิบปีก่อน หวงเกาหลันกับเว่ยซูเฉียวเพื่อนสนิทในหมู่