เมื่อกลับขึ้นเขามา โลกพลันเงียบสงบ เขาหนึ่งลูก วัดหนึ่งแห่ง หลวงจีนหนึ่งรูป ลิงตัวหนึ่งคุกเข่าในอุโบสถหนึ่งวันหนึ่งคืน
แม้ทุกคนจะให้อภัยและเข้าใจแล้ว แต่ฟางเจิ้งยังคิดว่าตนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ นี่คือเหตุและผล เป็นเหตุและผลของตน…ไม่เกี่ยวกับการให้อภัยจากคนอื่น
นี่สร้างความทุกข์ให้กับลิง ลิงมีนิสัยป่าเถื่อน มักจะอยากแอบขี้เกียจหรือออกไปเล่น โดยเฉพาะตอนที่หมาป่าเดียวดายวิ่งไปมาตรงหน้า มันอยากจะพุ่งออกไปใจจะขาด แต่หางถูกหลวงจีนตรงหน้ากดไว้เลยไปไหนไม่ได้ ได้แต่คุกเข่าอย่างว่าง่าย
ตรงตีนเขา เมื่อรถบัสคันใหญ่เคลื่อนตัว ชาวบ้านที่มาส่งเหล่านักแสดงเรื่องล่มเมืองต่างบอกลา เหมือนว่าทุกอย่างจะกลับมาเงียบสงบดังเมื่อก่อน แต่กลับมีบางคนหัวเราะอย่างมีความสุข อย่างเช่นหวังโอ้วกุ้ย
“ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะทำไมน่ะ?” ซ่งเอ้อโก้วถามด้วยความแปลกใจ
“ไม่มีอะไรๆ เดี๋ยวพวกแกก็รู้เอง ตอนนี้เก็บเป็นความลับ! ฮ่าๆ…” หวังโอ้วกุ้ยหัวเราะเสียงดังอีกสามทีแล้วเดินไป ทำเอาทุกคนต่างสงสัย
บนรถ หลี่เสวี่ยอิงมองภูเขาเอกดรรชนีที่หายไปในคืนมืดค่อยๆ ห่างออกไป นัยน์ตามีประกายหงอยเหงาวูบผ่าน
“พี่เสวี่ยอิง ทำใจจากไม่ได้เหรอคะ?” เสี่ยวหลิวถามด้วยความแปลกใจ
หลี่เสวี่ยอิงส่ายหน้า “ฉันตัดความรู้สึกสบายนั้นไม่ลง พอออกจากเขาเอกดรรชนีก็น่าจะไม่ว่างอีก ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว จะงีบสักเดี๋ยว ถึงแล้วเรียกด้วย”
“ค่ะ” เสี่ยวหลิวขานรับเหมือนจะเข้าใจ