หลี่เสวี่ยอิงตกใจเสียงเห่าหมาป่า อีกอย่างหน้ามันก็มีความดุร้ายโดยธรรมชาติ เธอเลยกลัวนิดๆ
ฟางเจิ้งส่งสายตาให้หมาป่าเดียวดาย สื่อว่าแกทำให้ฉันตกใจแทบแย่ แต่หมาป่าเดียวดายคิดว่าฟางเจิ้งให้มันทำตัวดีๆ หน่อย จึงส่ายหางไปนั่งยองข้างหลี่เสวี่ยอิง จากนั้นแอบใช้สายตาที่สื่อว่าพอใจรึยังมองทางฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งรู้สึกว่านี่ไม่ใช่หมาป่า แต่จะต้องเป็นหมูแน่ๆ พวกหมูก็โง่แบบนี้แหละ
หลี่เสวี่ยอิงเห็นหมาป่าเดียวดายออดอ้อนก็ขบขัน ลูบหัวมันพลางว่า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง หมาป่านี่นิสัยดีว่าง่ายจังนะคะ”
ฟางเจิ้งจะพูดอะไรได้ หัวเราะแห้งๆ สองที “แหะๆ…”
“หลวงพี่ฟางเจิ้ง นั่นกุฏิท่านเหรอคะ?” หลี่เสวี่ยอิงมองกุฏิตรงกลาง
ฟางเจิ้งหัวใจบีบรัดตัว ในห้องมีชุดชั้นในกางเกงในอยู่ จะให้หลี่เสวี่ยอิงเข้าไปไม่ได้เด็ดขาด! แต่ก็ยังตอบว่า “กุฏิอาตมาเอง และก็เป็นห้องครัวด้วย”
หลี่เสวี่ยอิงถาม “ตรงนั้นเหมือนจะมีห้องเล็กๆ ด้วยนี่คะ?”
ฟางเจิ้ง “ไม่ใช่ นั่นเป็นกุฏิอาตมาเหมือนกัน อาจารย์ของอาตมาเคยอยู่ที่นั่น”
“แบบนี้เอง ถึงวัดท่านจะเล็ก แต่ก็ครบครัน เอ่อ หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉันเข้าไปดูไม่ได้จริงๆ เหรอ?” หลี่เสวี่ยอิงทำหน้าตาน่ารักมองฟางเจิ้ง เธอไม่ได้ใช้สีหน้าแบบนี้มาหลายปีแล้ว เธอเองยังจำไม่ได้เลย หลังจากมีชื่อเสียงอยากได้อะไรก็ได้ ทำไมจะต้องขอ? ครั้งนี้สู้สุดใจเพราะอยากรู้อยากเห็นจริงๆ…
มีหรือที่ฟางเจิ้งจะสนใจว่าเธอจะน่ารักแค่ไหน ต่อให