รอกที่ตามมาพลางถาม “นี่ใครเป็นคนทำ?”
กระรอกส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด “ไม่รู้” แต่ดวงตาเล็กกลอกไปมาตลอด เห็นได้ชัดว่ากำลังพูดว่าฉันรู้ แต่นายต้องติดสินบนฉัน
“เพิ่มข้าวเช้า” ฟางเจิ้งกล่าว
“ลิงทำ! มันบอกว่าชอบกลิ่นหอมๆ ข้างบน เลยจะเอากลิ่นมาย้อมข้าวผลึก กินแล้วจะอร่อยกว่าเดิม” กระรอกขายลิงโดยไม่มีอคติเลย
ฟางเจิ้งปิดฝาโอ่งข้าว เดินวนไปมารอบๆ ตอนนี้เองลิงเข้ามา เกาก้นแล้วถาม “เจ้าอาวาส นายหาอะไร?”
“ไม้” ฟางเจิ้งตอบ
“ข้างนอกก็มี นายจะเอาไม้ไปทำอะไร?” ลิงถาม
“ตีลิง” ฟางเจิ้งตอบ
เจ้าลิง “@#¥@…”
ขณะเดียวกันใต้ต้นโพธิ์ หลี่เสวี่ยอิงพิงลำต้น เงยหน้ามองแมกไม้ หรี่ตาลง สัมผัสกับความเงียบที่หาได้ยาก
ทันใดนั้นเองมีเงาหนึ่งวิ่งผ่านบนต้นไม้ จากนั้นกระโดดไปบนกิ่งไม้ ก้มหน้ามองข้างล่าง เจ้าอ้วนนี่ดึงดูดความสนใจของเธอทันที
“เฮ้ เจ้าตัวน้อย พวกเราเคยเจอกันมาก่อนนี่” หลี่เสวี่ยอิงทักทายกระรอก
กระรอกไม่กลัวคนเลย มันหมุนตัวกลับวิ่งลงมาตามลำต้น กระโดดมาอยู่บนบ่าหลี่เสวี่ยอิงพลางดมๆ จากนั้นหรี่ตาลงคิดในใจ ‘กลิ่นเหมือนมาก’
“เจ้าตัวน้อย นายทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง? ฉันไม่มีของกินนะ” หลี่เสวี่ยอิงยิ้ม แต่พลันนึกอะไรออกจึงหยิบสาหร่ายทะเลแผ่นหนึ่งมาจากในกระเป๋าถือ แกะซองออกแล้วส่งให้กระรอก “อันนี้กินได้”
กระรอกดม มันมีกลิ่นแปลกๆ พอลองชิมหน่อยหนึ่งก็ไม่เลว สุดท้ายยัดใส่ปากกินอย่างมูมมาก ตั้งแต่มาวัดเอกดรรชนีมันจะแย่ง