กบินผ่านน่ะ สีกา กุฏิไม่เหมาะจะเปิดให้คนนอกจริงๆ”
“อย่างนั้นเอง โอเคค่ะ…” แม้หลี่เสวี่ยอิงจะอยากฝืนฝ่าเข้าไปมาก แต่แบบนี้ไม่เคารพผู้อื่นเกินไป ได้แต่ล้มเลิกความคิดไป
กลับมาที่หน้าวัด หลี่เสวี่ยอิงนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ฉันนั่งพักเงียบๆ ตรงนี้ได้ไหมคะ?”
ฟางเจิ้งพยักหน้า “สีกาตามสบาย ถ้ามีอะไรก็เรียกอาตมานะ”
พูดจบฟางเจิ้งกลับไปหลังวัด พอเข้าไปในกุฏิก็ถอนหายใจโล่งอกโดยพลัน ในที่สุดกุฏิก็โล่ง ข้าวของรกรุงรังหายไปแล้ว เขายกผ้าห่มขึ้นเตรียมจะพับ แต่เมื่อสะบัดผ้าห่ม ฟิ้ว…สีแดงเอย สีขาวเอย สีชมพูเอยลอยออกมา
ฟางเจิ้งหน้ามืดทะมึน…ให้พวกมันซ่อนของก็ซ่อนกันแบบนี้?
แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร กระรอกปีนเข้าในจากหน้าต่าง พูดด้วยความไม่พอใจมาก “นายทำอะไร? กว่าฉันจะซ่อนได้ นายดันเอาออกมาเนี่ยนะ เหนื่อยเปล่าเลย”
ฟางเจิ้งมองค้อน เจ้าตัวเล็กนี่ยังมีเหตุผลอีกนะ…ทำเขาโกรธจนอยากจะระเบิดลูกเกาลัดสองลูกของมันจริงๆ
แต่ฟางเจิ้งอดกลั้นไว้ เขาคิดอ่านเหมือนกับสัตว์ทั่วไปไม่ได้ จึงเก็บของ เตรียมยัดเข้าไปในตู้ พอเปิดตู้ออก ข้างในยังมีอีกเพียบ
เขามองของพวกนี้โดยไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ยัดเข้าไปให้หมด ปิดประตูตู้ อยู่กุฏิไม่ได้แล้วเลยไปห้องครัว
เช้าตรู่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย เปิดฝาหม้อออก ใบหน้าเขาดำมืด ในหม้อซ่อนกางเกงในไว้สองตัว ชุดชั้นในหนึ่งตัว!
เปิดโอ่งข้าวก็มีเหมือนกัน!
ฟางเจิ้งหน้าอึมครึม มองกระ