ๆ “ผู้กำกับอวี๋ เล่าให้ฟังทีครับว่าหลวงจีนหน้าใหม่ที่คุณหาจบจากคณะไหน?”
อวี๋กว่างเจ๋อยิ้มแห้งตาม “ไม่ได้จบคณะไหนทั้งนั้นแหละครับ เป็นเจ้าอาวาสวัดนั้น”
จ้าวหงเสียงได้ยินว่าไม่ได้เป็นนักเรียนดีเด่นจบจากคณะภาพยนตร์ก็ร้อนใจ นี่จะตบตากันรึเปล่า? พอได้ยินว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดใกล้ๆ ก็สบายขึ้นไม่น้อย มองตามสายตาอวี๋กว่างเจ๋อไป เห็นเพียงวัดเล็กเท่าฝ่ามือสะท้อนเข้าไปในม่านตา จึงยิ้มเจื่อนๆ “ผู้กำกับอวี๋ ถ้าคุณไม่ชี้ผมคงมองไม่เห็นมันนะ”
ความหมายของคำพูดจ้าวหงเสียงชัดเจนมากว่าเขาไม่เชื่อ
หูเซี่ยวกล่าว “เอาล่ะ รองจ่ง ถ้าเป็นเจ้าอาวาสจริงๆ บำเพ็ญเพียรมาหลายปี แสดงตามธรรมชาติก็น่าจะไหวนะ อ้อ ผู้กำกับอวี๋ ให้พวกเราพบพระอาจารย์รูปนั้นหน่อยได้ไหมครับ?”
อวี๋กว่างเจ๋อได้ยินดังนั้น ในใจอยากจะวิ่งหนีไป เขาไม่อยากให้สองคนนี้มีความหวังนิดๆ แล้วผิดหวังทุกครั้ง แต่เจ้าสองคนนี้มักจะขุดหลุมกระโดดลงไป เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เห็นแววตาคาดหวังจะได้เห็นพระอาจารย์เต๋าอายุเยอะคู่นี้แล้วอวี๋กว่างเจ๋อจึงชี้ไปยังฟางเจิ้งที่กำลังมองกล้องถ่ายภาพด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่ไกลๆ “เป็นไต้ซือท่านนั้น” ว่าจบ วินาทีที่จ้าวหงเสียงกับหูเซี่ยวหันไปมอง เขาก็รีบวิ่งไป คว้าตัวเหล่าเถาเข้ามา “นายรับมือด้วย ฉันจะไปเตรียมเรื่องอื่น”
พูดจบผู้กำกับอวี๋วิ่งไปอย่างเร็ว
เหล่าเถาเพิ่งเอ่ยก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโมโหสองเสียงดังมาจากข้างหลัง “นี่มัน