อะไรกันวะเนี่ย?”
“ผู้กำกับอวี๋ คุณล้อผมเล่นเหรอ? เณรนี่อายุยี่สิบรึยัง? นะ…นี่…คุณจะเลือกนักแสดงแค่หน้าตาอย่างเดียวไม่ได้! เจ้านี่อยู่บนสนามรบน่าเกรงขามขนาดนั้นจะต้องไม่เข้ากันแน่!”
จ้าวหงเสียงกับหูเซี่ยวหันไปมองถึงพบว่าอวี๋กว่างเจ๋อไปนานแล้ว แต่มาแทนด้วยเหล่าเถาที่จะมีก็ได้ไม่มีก็ได้
จ้าวหงเสียงไม่ได้เกรงใจเหล่าเถาขนาดนั้น คว้าคอเสื้อเหล่าเถาไว้ “ผู้กำกับอวี๋ล่ะ? ไปไหน?”
เหล่าเถาตอบด้วยความขมขื่น “มีธุระต้องไปจัดการก่อนครับ”
“ธุระกับผีแกสิ หนีไปแล้ว…เอาเถอะ ฉันมองออกละว่าวันนี้ไม่มีคนจริงๆ ช่างเถอะ ดูหน่อยแล้วกัน ถ้าไม่ได้ก็คงต้องรอ…เฮ้อ” หูเซี่ยวเอ่ยด้วยหน้าเศร้า
จ้าวหงเสียงพูดด้วยความจำใจ “ดูอะไร? อาจจะต้องรอสามวันเลยนะ ฉันสงสัยว่าผู้กำกับอวี๋หาเณรที่ดูพึ่งพาไม่ได้นี่มาร่วมด้วยเพื่อให้พวกเรารอที่นี่รึเปล่า”
“ทั้งสองท่าน…”
“หุบปาก!” จ้าวหงเสียงกับหูเซี่ยวโกรธจัด เหล่าเถาอ้าปากจึงหากระบอกระบายความโกรธเจอพอดี ด่าไปทีหนึ่งแล้วจึงสบายขึ้น
เหล่าเถาคับแค้นใจอย่างยิ่ง เขาไปหาเรื่องใครยัง? เหล่าซ่งป่วยก็ไม่ใช่ฝีมือเขา เขาไม่ได้เป็นคนหาฟางเจิ้ง แต่เป็นหลินตงสือต่างหาก คนวางแผนก็อวี๋กว่างเจ๋อ ทำไมเรื่องซวยๆ ถึงมาตกที่เขา? แล้วช่วงนี้จะผ่านไปได้ไหมเนี่ย?
แต่ปากเหล่าเถากลับว่า “สองท่าน ถ้าไม่อย่างนั้นเชิญนั่งพักก่อนไหมครับ?”
สองคนจะพูดอะไรได้อีก ก็ต้องรอ เพียงแต่สองคนนั่งลง จะชำเลืองตามองเณร